ดนตรีนั้นคือชีวิต

posted on 05 Feb 2011 05:45 by gaeseng  in gaeseng

จริงๆเวลานี้ผมควรจะเขียนนิยายลงบล็อกตามกำหนดที่ตกลงกันไว้กับเพื่อน  แต่ว่าอยู่ๆเกิดรู้สึกอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เลยแอบอู้สักหน่อยเดี๋ยวค่อยกลับไปแต่งต่อ

 

 

มีวรรคทองหนึ่งที่ วิลเลียม เช็คสเปียร์ ได้เคยเขียนเอาไว้นานแล้ว   

 

 

“อันชนใดไม่มีดนตรีกาล  ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี  และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี่  ไม่ควรไว้ใจใครในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ” 

 

 

เสียงสูงต่ำที่เกิดจากการเคาะดีดเป่าอุปกรณ์ต่างๆที่ถูกนำมาเรียบเรียงประกอบเป็นท่วงทำนองนั้น เปรียบไปก็เหมือนกับมนต์วิเศษที่ช่วยเปิดจินตนาการความคิดของเรา สามารถจะเสกสร้างให้เราหัวเราะ โศกเศร้า ปิติยินดี หรือแม้แต่มีใจฮึกเหิม อย่างไรก็ได้ตามแต่ท่วงทำนองนั้นจะบรรเลงไป  

 

ประโยชน์ที่เราเห็นได้ชัดเจนในทุกวันนี้คือ ใช้สร้างขวัญกำลังใจเพื่อความเป็นปึกแผ่นของชาติ  โดยแรกเริ่มจากการเป็นเพลงปลุกใจ จนในท้ายที่สุดเพลงเหล่านั้นก็กลับกลายมาเป็นสิ่งที่เรารู้จักกันดีที่เรียกว่า “เพลงชาติ” 

 

นอกจากนั้นยังมีผลวิจัยที่เรียกว่า “โมสาร์ต เอ็ฟเฟค”  กล่าวไว้ว่าหากเราให้เด็กนักเรียนคนหนึ่งฟังดนตรีคลาสสิกเป็นประจำ จะสามารถทำให้เด็กคนนั้นมีสติปัญญาดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ฟังดนตรีได้

 

 คิดๆดูแล้วถ้าคนเราขาดดนตรีไป ชีวิตคงไม่ต่างกันนาฬิกาที่ทำงานไปเรื่อยๆเพื่อแลกกับพลังงานที่ได้รับ  น่าเบื่อสิ้นดีเลยว่าไหมครับ

 

ดังนั้นก็คงจะปฏิเสธได้ยากถ้าหากบอกว่าดนตรีนั้นมีความสำคัญจำเป็นต่อชีวิตเรา  จริงๆจะบอกว่าดนตรีนั้นคือชีวิตก็ว่าได้

 
 
 
 
-------------------------------------------------------------

เคยมีใครสักคนบอกกับผมเอาไว้ว่า วิธีที่ง่ายที่สุดในการศึกษาความเป็นตัวตนของประเทศต่างๆนั้นให้ดูที่เพลง เพราะเพลงจะคอยบันทึกเหตุการณ์ วัฒนธรรม ภาษา และรสนิยมในยุคนั้นๆของแต่ละชาติเอาไว้ 

 

บังเอิญกับที่ผมเป็นคนชอบเขียนชอบอ่านอะไรที่น่าสนใจแล้วยังชอบฟังเพลงด้วย ฉะนั้นคงไม่แปลกที่คนอายุ 25 อย่างผมจะชอบฟังเพลงเก่าบ้างอะไรบ้าง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงไทย

 

ศิลปินคนแรกที่ผมเริ่มฟังเพลงของเขาคือ สุรพล สมบัติเจริญ  ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัด พ่อแม่ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง ก็เลยต้องฟังกับเขาด้วยโดยปริยาย

 

คือถามว่าฟังแล้วได้ความสุขซึ้งใจในเนื้อหาไหม ก็คงไม่ เพราะตอนเป็นเด็กผมก็ไม่ได้เข้าใจชีวิตอะไรมากขนาดนั้น ขืนเป็นแบบนั้นตั้งแต่เด็กๆมีหวังไม่ทันได้เข้ามหาลัยหรอก คงกัดลิ้นตายไปก่อนแล้ว แต่เมื่อฟังแล้วก็พอจะบอกได้อยู่ละว่าชอบ

 

แต่พอหลังจากที่เข้าใจเนื้อหาก็บอกได้เต็มปากว่ายิ่งชอบมากขึ้น หลายๆเพลงของคุณสุรพลจะมีการใช้ภาษาในเนื้อหาที่เห็นภาพได้ง่ายแต่ไพเราะและอิงจากความเป็นจริง ทำให้ตัวเพลงเข้ากับทุกยุคสมัยยกตัวอย่างเช่น เพลงหัวอกจราจร ที่มีเนื้อร้องท่อนหนึ่งว่า

 

 

เข้าขึ้นตะวันส่อง ถึงฝนจะตกฟ้าร้อง จะมีน้ำนองถนน

จราจรนั้นก็ต้องสู้ทน เพื่อรับใช้ประชาชน เกี่ยวกับยานยนต์ทุกคัน

กระนั้นไม่วายจะโดนด่า ต่างต่างนานา หาว่ายิวสะบั้น

 

 

ถามว่าเหล่านี้ไม่ใช่ที่เราพบเห็นกันอยู่ทุกวันเหรอครับ  ภาพฝนตกตำรวจจราจรยืนโบกรถเป่านกหวีดอำนวยความสะดวกเราทุกคนเคยเห็นผ่านตากันแทบทุกคน แต่ว่าเพลงนี้แต่งมาไม่ต่ำกว่าสิบปีแล้วนะครับ(เผลอๆจะเกินยี่สิบด้วยละ)

 

ยิ่งถ้าสังเกตให้ดีๆเราจะพบคำแสลงอยู่ด้วยคือคำว่า  ยิว  มาจากการเหยียดเชื้อชาติชาวอิสราเอล มีความหมายว่าเห็นแก่ตัว ไม่มีน้ำใจหรือขี้เหนียว  ซึ่งเป็นวัฒนธรรมลูกติดที่เราได้รับมาในยุคที่ชาวต่างชาติเริ่มเข้ามาในประเทศเรา เนื่องจากชนชาตินั้นนับถือคริสต์ศาสนาซึ่งมียิวเป็นปฎิปักษ์นานมา(ซึ่งในปัจจุบันชาติดังกล่าวมียิวแทรกอยู่ในสังคมเสียเกือบครึ่งได้ ทั้งในรูปนายทุน ดาราคนดัง เจ้าของบริษัทห้างร้านต่างๆ ฯลฯ การเหยียดยิวจึงลดลงแล้วหันหน้ากลับไปเหยียดอิสสามคู่ปรับยิวแทน อาเมน)

 

 

 

แค่ได้ความไพเราะไม่พอ ยังได้ความรู้อีกต่างหาก

 

 

 

แต่แม้จะสาธยายมามากขนาดนี้ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้เป็นแฟนเพลงลูกทุ่งอะไรแบบพันธุ์แท้เท่าไร  ก็ฟังได้เรื่อยๆ เพลงไทยส่วนใหญ่เป็นเพลงช้าค่อนข้างกินใจฟังได้นานแต่ไม่เร้าใจให้คึกคัก   นิสัยคนที่ชอบจะสนุกสนานร่าเริงอย่างผมเลยไม่ค่อยได้พกพาเพลงเหล่านี้ติดไปฟังสักเท่าไร พกไปแต่เพลงลูกผสมไทยฝรั่งอย่างอาร์แอนบีที่มีทั้งลูกเอื้อนเหมือนของไทยแต่มีจังหวะโยกเบาๆแบบฝรั่งแทน

 

ยิ่งเพลงลูกทุ่งไทยปัจจุบันยอมรับว่าแทบไม่ได้แตะเลย เพราะฟังไปเริ่มรู้สึกว่ามันเลอะเทอะวกวนไร้สาระเป็นบ้า เอะอะมีแต่เป็นชู้กันลูกเดียว ไปหลงรักคนมีเมียแล้วบ้างละ ยอมเป็นน้อยบ้างละ  ทั้งที่ตัวผู้ออกจะเต็มโลก  ผมนี่ก็ยังว่างอยู่ทั้งคนไม่เหลียวหลังมา เชอะ!!~  

 

เมื่อพิจารณาดูแล้ว ถ้าหากดนตรีคือชีวิต ส่วนตัวผมคิดว่าในตอนนี้ชีวิตของเรากำลังแย่ครับ

 

 

----------------------------------------------------

โอเค! ถึงแม้ว่าเพลงป๊อปเรากำลังพัฒนาไปในทางที่ดีเคียงข้างกระแสเกาหลีเหมือนลูกอ๊อดกำลังโตให้ทันเขียดก็ตาม  แต่อีกด้านผมก็รู้สึกได้ถึงหายนะที่กำลังวิ่งตามเรามาห่างๆที่สุดปลายถนนลับตาโน่น 

 

เพราะเพลงป๊อปที่ว่านั้นเริ่มแต่งเอาจำนวนยอดขายมากกว่าเอาความงดงามไพเราะเหมือนแต่ก่อน  จากความมีเสน่ห์ของเสียงร้องเนื้อหาของเพลง กลับกลายเป็นเฟ้นหานักร้องหน้าตาดีที่คนจะชอบมากที่สุด ก่อนจะให้ทำทุกอย่างทั้งร้องเพลง แสดงละคร พิธีกร เพื่อดันให้เด่นดังเป็นที่รู้จักมีแฟนคลับเยอะๆ โดยหวังว่าคนเหล่านั้นจะซื้อซีดีไปบูชา  แต่กลับลืมไปว่าคนที่คุณดันนั้นแท้จริงเขาเป็นนักร้อง ควรต้องมีหน้าที่ร้องเพลงให้ดีไม่ใช่จับฉ่ายไปทุกอย่าง และแฟนเพลงก็ไม่ได้มีหูเอาไว้แค่เกี่ยวขาแว่นเล่นเท่านั้น เขาก็ฟังเพลงเป็น

 

นอกจากนั้นแล้วยังมีนักร้องที่เน้นสไตล์เพลงเกาหลีมากด้วยเสียงอิเล็กทรอนิกส์  มีการร้องรวมกันหลายภาษาชวนปวดหัว  มีร้องเพลงไทยแต่ติดสำเนียงอังกฤษแล้วบอกว่า  ~ มันออกมาชวากชิตชาย เป็นการอิมโพรไวส์ของวัยรุ่น ~   พ่นสำเนียงชวนปวดหัวเหมือนฟังเพลงของมนุษย์ต่างดาวที่เทปยืดแผ่นเสีย

 

 

หากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปกำลังคนขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ที่จะกลา่ยเป็นคนรุ่นพ่อแม่ในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า คงไม่แคล้วเป็นพวกหยิบโหย่งทางชาติพันธุ์ กลายเป็นคนที่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่ารากเหง้าของตนเองเป็นแบบไหน และคงจะโดนวัฒนธรรมของชาติอื่นกลืนจนมิด จนสูญสิ้นเอกลักษณ์อันดี 

 

 

ภาษาเราคือวัฒนธรรมของพวกเราและจะเป็นสิ่งแสดงตัวตนเราให้คนอื่นรับรู้ได้เด่นชัดที่สุด  ผมอยากให้เราเป็นคนคมคายชัดเจนมีเสน่ห์เป็นตัวของตัวเองเหมือนเพลงในอดีตที่มีภาษาสละสลวย  หากร้องเพลงก็ร้องด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนจริงใจอย่างที่นักร้องควรจะเป็น  อย่าไปตามอย่างฝรั่งมาก

 

ผมเองถึงฟังเพลงฝรั่งเพลงเกาหลีแต่ผมก็ไม่เคยดูถูกเพลงไทย ไม่เคยคิดว่าเป็นเพลงที่ล้าสมัยน่ารังเกียจ เพราะรู้ว่ามันคือตัวตนเรา ดนตรีของชาติเราเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คอยช่วยหล่อหลอมสังคมของเรา ไม่ว่าใครจะว่ามันเชยหรือล้าสมัยยังไงก็ตาม มันก็จะคงเป็นตัวเราตลอดไป  คนเราลืมอะไรก็ได้ แต่ไม่ควรลืมตัวตนของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่าทอดทิ้งตัวตนของคุณเองเลยนะครับ       

 
 
 
 
 
 
ป.ล. แถมเพลงลูกทุ่งอมตะที่ผมชอบฟังมากๆเอาไปให้ฟังกัน
 
 
                  คิดถึงพี่บ้างไหม
 
                  เสียงขลุ่ยเรีกนาง
 
 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

Hot! Hot! Hot!
เห็นด้วยมากๆคะ
เดี๋ยวนี้ฮิตแต่เกาหลีๆๆๆๆ
จนความเป็นชาติไทยไม่ค่อยเหลือกันแล้ว

ตอนครูถามเพื่อนในห้องว่า อยากเรียนต่ออะไร
เพื่อนตอบ "ภาษาคะ"
"ภาษาอะไรคะ ?"
"เกาหลี~~~~~~"

- -*

#1 By !@Leaderdevil-demon@! on 2011-02-05 10:33

Hot! Hot! Hot!

#2 By วิหคสีคราม on 2011-02-05 11:57

เห็นด้วยค่ะ
ข้าพเจ้าเห็นเพลงสมัยนี้แล้วบางทีคิดผิดที่กดyoutubeเข้าไปดู
ปวดหูมากๆ บางเพลงทำให้เครียดขึ้นไปอีก
ไม่น่าฟังแล้วยังมั่ว

นึกถึงเพลงสาวสาวสาวสมัยก่อน ฮิตมาจนถึงปัจจุบัน
ไม่เห็นต้องใช้ความพยายามในการดัดแปลงอะไรมากมายเท่าสมัยนี้

#3 By TIME'S on 2011-02-05 12:05

ปกติฟังแต่เพลงของญี่ปุ่น จะได้ฟังเพลงไทยตอนแม่ทำกับข้าวเพราะแม่เขาเปิดวิทยุ ไม่ก็ฟังเอาจากเพลงละครตอนแม่ดูนั่นแหละ (ฮา) แต่จะว่าไปมันก็เพราะดีนะ

แต่ว่าเพลงไทยของนักร้องวัยรุ่นเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบเท่าไร คงเพราะไม่ค่อยถูกใจมั้ง
ไม่ชอบ คนไทยที่ไม่รักไทษเหมือนกัน
จะโด่งจะดังชาติไหนไม่สำคัญขอให้เราเป็นไทย
หรือ มีความเป็นไทยบ้าง เนาะ

เพลง ตย นี่ เคยฟังทุกเพลง แถมฟังอยู่ด้วย(พ่อเปิดกรอกหู) sad smile

#5 By p.cobra on 2011-02-05 15:54

กระแสเหมือนลมครับ พัดมาก็ผ่านไป
แต่ก็มีบางกลุ่มคลั่งไคล้จนลืมตัวตน
ปล่อยตัวเองไปตามสายลมนั้น


ปล.ต้องปิดด้วยเพลงนี้กันเลยทีเดียวcry

#6 By Keyboardboy on 2011-02-05 17:37

ปล.ชอบหนังเรื่อง Despicable Me เหรอครับ เห็นเอาลงเกือบทุกเอนทรี่เลย

อยากบอกว่าชอบเหมือนกัน สนุกมากมาย^^

#7 By Keyboardboy on 2011-02-05 17:42

เพลงเก่าๆ บางเพลงก็มีคำที่สามารถใช้ได้ในสมัยนนี้เหมือนกัน

#8 By BLacKTeA on 2011-02-05 19:38

Hot! ผมเป็นคนหนึ่งที่ขาดดนตรีไม่ได้ครับ

ผมฟังทุกแนว ญี่ปุ่น เกาีหลี ไทย อินเตอร์ อินดี้
เมทัล


ส่วนตัวเห็นหลายคน บอกว่าเด็กเดี๋ยวนี้ฟังแต่เพลงเกาหลี
ไม่อนุรักษ์ความเป็นไทย.. แต่ผมก็ไม่เห็นว่าเขาจะผิดตรงไหน เพราะ มนุษย์ที่ มีดนตรีอยู่ในหัวใจ ก็ อนุรักษ์ความเป็นมนุษย์ไว้ ไม่ต้องเจาะจงว่า อนุรักษ์ ชาติไหน

แค่มีดนตรีในหัวใจ มีเพลงเป็นแรงขับเคลื่อน

(ข้อความนี้ ไม่รวมกับ บุคคลที่ มักที่ตัวศิลปิน อย่างเดียวไม่สนว่าเพลงเป็นยังไง 555 )

ในความคิดผม ทำไม เด็กเดี๋ยวนี้ ไม่ฟังเพลงเก่าๆ
คงเพราะ สมัยของเรา กับสมัยของเด็ก มันช่างแตกต่างกัน
หากครอบครัว ที่อาศัยอยู่ ไม่คิดจะเปิดอะไร เก่าๆ ไทยๆให้ลูกฟังบ้าง ลูก็คงไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับเพลงสมัยก่อนว่าเพราะยังไง มีดีตรงไหน ฟังแล้วสนุกไหม

เพราะสื่อที่นิยม ในสมัยนี้ ไม่ได้เปิดเพลงไทยเก่าๆ
ความนิยมในเพลงใหม่ จึงมากกว่า~

สำหรับ กระแสเพลงเกาหลี คงไม่ได้มีแต่ในประเทศเรา
เพราะเกาหลี แหล่งเงินของเขาคือ ความบันเทิง ทั้งหลาย
ทั้งหนังซีรี่ย์ ศิลปิน เพลง เกมส์ เขาสามารถโปรโมทให้
ของของเขา ไปอยู่ในหลายประเทศได้ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างหนึ่งของประเทศเขานะครับ *.*)-b Hot!

#9 By Chocorou on 2011-02-05 19:57

Hot! Hot! ดนตรีคือศิลปะ และศิลปะสำคัญกับชีวิต แต่ตอนนี้ดนตรีกำลังถูกใครสักคนดัดแปลงมันเป็น "ธุรกิจ"

#10 By พงศ์ สระ ทอน on 2011-02-05 20:31

Hot! Hot! Hot!

ผมก็เคยคิดไว้เหมือนกันว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีดนตรี ไม่มีเสียงเพลง มนุษย์จะอยู่ยังไง

เหอๆๆๆ big smile big smile big smile big smile

#11 By ~oไม้ขีดไฟo~ on 2011-02-05 21:36

ไม่ได้ฟังเพลงวัยรุ่นมากี่ปีแล้วไม่รู้ค่ะ

ฟังแต่ดิอิมพอสสิเบิ้ล

สุชาติ ชวางกูร

จำรัส เศวตาภรณ์อะไรโน่นแน่ะ!!big smile

#12 By ' I'm E29AZA ' on 2011-02-05 21:58

เพลงคือตัวตนของเรา big smile Hot! Hot!

#13 By 40reborn on 2011-02-06 01:52

ชอบเพลงเก่า ๆ ทุกยุค สุรพลเป็นนักแต่งเพลงชั้นเทพ
เอายุคสมัยมาแต่งเป็นเพลง เสียดายอายุสั้น

confused smile Hot!

#14 By ปิยะ99 on 2011-02-07 09:18

มีคำคมที่โดนใจมากมายเลยนะครับ..

เขียนได้ดีมากเลยนะครับ^^Hot! Hot! Hot!

ผมเองก็เห็นด้วยนะครับ...555+
เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ
บางทีก็รู้สึกว่าเพลงสมัยนี้
ขาดความไพเราะในการใช้ภาษา
ล่อจะเอาตลาดลูกเดียว..
(T__T)
ไม่ได้สงสารคนฟังเลย

ถ้ามาอยู่ท่ามกลางภาษาที่ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดแบบป่านตอนนี้
จะรู้สึกรักภาษาตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ
เรามีภาษาไทยให้พิมพ์ ป่านว่าโคตรเท่เลย
การออกเสียงก็ไม่ได้ว่าขี้เหร่อะไร
ภูมิใจในภาษาไทยมากค่ะ : ]

Hot! Hot! Hot!

#16 By ป่ า น ,, on 2011-02-08 23:30