ใช้อะไรคิดวะ หา!!!!

posted on 09 Oct 2009 16:41 by gaeseng  in News

    เมื่อสองสามวันที่ผ่าน ทุกคนคงจะได้ยินข่าวการทะเลาะเบาะแว้งเกาเหลาไม่กินเส้นกันระหว่าง "อาภาพร นครสวรรค์"  กับ  "ดาว มยุรี"   อันเป็นข่าวที่น่าสนใจของประชาชน เนื่องด้วยการออกมาประกาศความไม่พอใจของ ดาว มยุรี ต่อ อาภาพรครั้งนี้  กระทันหันจนทุกคนงุนงงไปตามๆกัน  แม้กระทั่งสาเหตุที่ไม่พอใจนั้นก็ยังคงไม่มีใครทราบแน่ชัด   ทว่าจากการที่เธอแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างรุนแรง ถึงขนาดบอกว่า  "จะไม่มองหน้า ไม่เผาผี" นั้นก็ทำให้นักข่าวหลายสำนักต่างสนใจประเด็นนี้เป็นอย่างมาก

 

จนกระทั้งได้มีรายการ "ตาสว่าง" เป็นเสือปืนไวคว้าตัว อาภาพร นครสวรรค์ ซึ่งโดนพาดพิงในกรณีนี้มาร่วมวงสนทนา พร้อมทั้งได้มีการโทรศัพท์ไปหา ดาว มยุรี เพื่อปรับความเข้าใจและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับในสาเหตุในการบาดหมางครั้งนี้  แต่เรื่องก็มากลับตาลปัด เมื่อพิธีการอย่าง สัญญา คุณากร  ได้ทำการซักถาม ดาว มยุรี ว่าโกรธกันเรื่องใด

 

เธอกลับตอบมาว่าไม่ได้โกรธกัน เพียงแค่งอนเท่านั้น  และอ้างว่าตามง้อ อาภาพร มาโดยตลอดอยากให้อีกฝ่ายมาง้อบ้าง  กลับกลายเป็นแค่เรื่องไม่พอใจเล็กน้อย ซึ่งไม่มีมูลอันใดเลย  ทางพิธีกรจึงได้ถามต่อไปอีกว่า เป็นการสร้างกระแสเพื่อโปรโมท หนังสือที่กำลังจะออกหรือไม่  เธอไม่ตอบรับหรือปฏิเสธบอกแต่เพียงว่า ที่กำลังจะออกหนังสือเป็นความจริง 

 

น่าสงสัยจริงๆว่าปัจจุบันนี้การออกหนังสือสักหนึ่งเล่ม  สึ่งที่ควรคำนึงถึงกลับไม่ใช่รูปเล่มที่สวยงามหรือฝีมือการเขียนที่แยบคาย หากกลับกลายเป็นทำอย่างไรจึงจะหากลวิธีในที่สามารถสร้างประเด็นข่าวเพื่อให้เกิดกระแสที่ทำให้คนสนใจในเวลาอันสั้น

 

อยากจะถามจริงๆว่า  "ใช้อะไรคิดวะ หา!!!"  เอาเวลาไปคิดพัฒนาฝีมือการเขียนให้มันน่าอ่านดีกว่าไหม หนังสือไม่ใช่ราคาแค่เล่มละสิบหรือยี่สิบบาท  ราคามันตั้งเล่มละร้อยกว่าบาท ถ้าเนื้อหาห่วยแตกบัดซบให้กระแสความสนใจแค่ไหน มันก็ขายได้เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วครู่  ยิ่งผลิตออกมามากๆก็ยิ่งมาเป็นกากเดนสังคมเปล่าๆ เสียดายต้นไม้ แทนที่จะได้อยู่กันช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์โลกจะๆได้น่าอยู่   หากกลัวจะขายไม่ได้จริงๆ ขอให้คนไปช่วยกันสนับสนุนกันดีๆเสียดีกว่ามาทำเรื่องแบบนี้   เพราะไม่ว่ายังไง "ซื่อกินไม่หมด แต่คดกินได้ไม่นาน" วันใดวันหนึ่ง "เมื่อน้ำลด ต่อย่อมผุดอยู่วันยังค่ำ"

 

 

********************

 

ข่าวต่อมาก็สร้างมลพิษได้ไม่แพ้กัน เมื่อ อุ๊บ วิริยะ กระเทยนักปั้นผู้สูงวัย ออกมาประกาศถ่ายแฟชั่นภาพเปลือยแก้ผ้าล่อนจ้อนทำเป็นอัลบั้มขา่ยหาเงินช่วยหมาแมวจรจัด   ขายใคร? ใครจะซื้อ? ขายสมาคมคนตาบอดเหรอ?  ซ้ำยังประกาศความมั่นใจของตัวเองว่า ไม่ต้องปั่น ไม่โตงเตง 

 

**เกร็ดความรู้ที่ไม่ควรรู้ เวลาถ่ายแฟชั่นภาพเปลือย หากเป็นผู้ชายจะต้องใส่กางเกงว่ายน้ำโชว์แหนมดุ้นจิ๋ว บางครั้งหน้าตาดีแต่จิ๋วหลิว ถ่ายภาพมาดูไม่น่าสนใจ ก็ต้องไปปั่น(ทำให้เกิดอารมณ์)จนได้ขนาดพองเต็มที่  หากเป็นผู้หญิงจะต้องโชว์หน้าอก รายใดมีบุตรมากแล้ว หน้าอกหย่อนไม่สวยงาม ก็ต้องแปะสก๊อตเทปใสรั้งเอาไว้ให้ได้รูป**

 

มลพิษชัดๆ ใช้อะไรคิด หา!!! เปลืองกระดาษเปล่าๆเปลืองฟิลม์ด้วย สงสารตากล้องบ้างไหม ถามคนรับงานถ่ายภาพบ้างไหมว่าเขาอยากถ่ายหรือเปล่า ผีที่ไหมเข้าฝันให้คิดถ่าย  ไม่คิดถึงอนาคตของชาติบ้างเหรอ  หากมีเด็กเดินผ่านแผงหนังสือ เห็นเข้าแล้วกลับไปนอนฝันร้ายจะอย่างไร   หมาจรจัดที่บอกว่าถ่ายเพื่อหาเงินช่วยมัน ถ้ารู้มันจะดีใจไหม  เอาอย่างคนเอ็กซ์ทีนสิ วาดโปสการ์ดขายหาเงินช่วยหมาแมวเหมือนกัน ไม่ต้องอุจาดบาดตาใคร ไม่น่าเกลียด แล้วก็ขายได้ทุกที่  

 

การจะช่วยหมาแมวมีหลายวิธี ทำเสื้อขายก็ได้ คุณเป็นนักปั้นทำดาราดังมาแล้วหลายคน ก็ใครดาราที่คุณสนิทด้วย มาออกแบบเสื้อยืดขาย จะขายตัวละ 200 บาทก็ยังได้ เพราะเป็นการออกแบบของดารามูลค่าย่อมสูงขึ้น ซ้ำยังมีจุดประสงค์ที่ช่วยเหลือหมาแมวจรจัด ยิ่งทำให้คนอยากช่วยเหลือ

ไม่เห็นจำเป็นต้องแก้ผ้าเลย  วิธีช่วยยังมีอีกตั้งเยอะไม่เห็นต้องแก้ผ้าเลย  ถามจริงๆตอนที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมา ใช้อะไรคิด(วะ) หา!!!! 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

55555 ใช้ไรคิดกันเนี่ย เห็นด้วยกับ จขบ.confused smile

#1 By ยิ้มเหงา (114.128.196.10) on 2009-10-09 18:07

เคยได้ยินมาว่า ดาราดังได้ด้วยข่าว โดยเฉพาะข่าวไม่ค่อยดี สงสัยจะเป็นจริงดังนั้น sad smile

#2 By me-diy on 2009-10-09 21:21

เฮาเรียนนิเทศฯ
อาจารย์เฮาที่เป็นคอลัมนิสต์บอกว่าเพราะสื่อเดี๋ยวนี้ก่อนจะผลิตออกมา
เขาจะวิจัยเกี่ยวกับเเนวทางเเละความนิยมของประชาชน"ส่วนมาก"
ว่าต้องการเเละกระหายอยากรับรู้ข่าวในเเนวไหน
สื่อพวกนี้เเละวงการเหล่านี้เขาคงมองเห็นว่าคนไทยส่วนมากชอบข่าวร้ายของผู้อื่นมากกว่าข่าวดี สังเกตได้ว่าข่าวร้ายจะฮ็อตกว่าข่าวดี พอมีข่าวดีว่าคนเเต่งงานกัน
คนส่วนมากมักจะพยายามพูดให้เป็นเเง่ร้ายเช่นว่าแต่งเพราะเงินไรเงี้ย(เรื่องดีๆมาคิดเป็นร้ายๆให้มันได้ไรวะ) พอดาราทำดี
คนก็หาว่าเเสร้ง พวกสื่อเเละวงการนี้เลยเล็งเห็นช่องทางทำเงิน
และนำมาซึ่งเม็ดเงินจำนวนมหาศาล บางข่าวร้ายนั้นดังมากจนได้เงินเยอะขนาดคนทำงานทั้งชีวิตยังได้ไม่เท่า
เช่น ดาราเจ้าหญิงเเห้งวงการคนหนึ่งท้องก่อนเเต่ง ข่าวดังมาก พิมพ์เเละถ่ายทอดหลายร้อยครั้ง
ดาราจะดังได้เร็วๆก็ต้องฉาว ไม่ว่าเขาจะมีข่าวร้ายเสียมากเเค่ไหน ก็ได้เงินทั้งนั้น
นับเป็นธุรกิจตักตวงผลประโยชน์จากการมองโลกในเเง่ร้ายของคนเรา เเละยังประสบความสำเร็จดีด้วย
เพราะมันเป็นธรกิจเราเลยไม่ค่อยชอบข่าวบันเทิงมากนักน่ะเจ้าค่ะ
สังเกตมั้ยว่าข่าวการเมืองด้านร้าย
ถึงดังเเค่ไหนก็ไม่ดังเท่าข่าวฉาวดารา
ถึงจะเป็นเรื่องของนักการเมืองโกงกินเเบบสุดยอดก็ไม่ดังเท่า เพราะข่าวการเมืองมันกระทบถึงชีวิตไงล่ะเจ้าคะ ประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นกลาง(ไม่นิยมเล่นกีฬาสี)
สถานการณ์เลวร้ายทางการเมืองส่งผลกระทบเรื่องเงินของประชาชนมาก พวกเขาจึงไม่นิยมชมชอบนัก
ถึงฟังข่าวก็ฟังเเละทุกข์ไปด้วย
เเต่ข่าวดาราเป็นเหมือนน้ำจิ้มซีฟู้ดชั้นดี
ที่เสริมความสะใจให้คนกลุ่มจำพวกเห็นเรื่องร้ายของชาวบ้านเป็นเรื่อสนุก
เพราะงั้นเรื่องดาวมยุรีกับอาภาพรก็ถือเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง
ถึงกระทบกับจิตใจประชาชนเเต่ได้เงิน พวกเขาก็ต้องทำเเล้วล่ะเจ้าค่ะ
เพราะงี้เฮาถึงไม่ชอบข่าวดารา มีเบื้องหลังอีกมากมายที่สามารถใช้คนชอบเรื่องเเบบนี้มาหาเงินได้
เเต่ก็ห้ามไม่ได้ ถ้าคนมันชอบคิดร้ายๆ
ก็ย่อมตกเป็นเหยื่อไว้สูบเงิน
มีหลายอย่างที่จารย์เล่าถึงเบื้องหลังวงการนี้เเล้วทำให้เฮารู้สึก...
จารย์บอกว่ามันเป็นธุรกิจน่ะเจ้าค่ะ ต้องเข้าใจ
เเต่เฮาไม่อยากเข้าใจ ดีเเล้วที่ไม่เคยฝันอยากทำงานสื่อ
ไม่งั้นคงต้องไหลไปตามน้ำเพื่อเงินเเหงเลย

ทุกวันนี้เขียนสารคดีสัตว์ยังดีกว่าเลยconfused smile

#3 By Wicked Tinkle on 2009-10-09 23:09

เอ่อ... ยาวไป ขอโทษทีเจ้าค่า~~~!!sad smile

#4 By Wicked Tinkle on 2009-10-09 23:09

เป็นคอมเมนต์ที่ยาวที่สุดเท่าที่เจอเลยครับ
แต่ก็มีสาระพอพอกับความยาว

#5 By Dearcool on 2009-10-09 23:12

เกร็ดความรู้ไปเอามาจากไหนเนี่ย หุๆๆ

#6 By นายโยจิ^_^ on 2009-10-09 23:31

เหะๆ งงกับข่าวสารยุคนี้...
ต้องแข่งกันฉาว

#7 By wesong on 2009-10-10 00:16

การทำการตลาดสมัยนี้อาศัยกระแสเป็นหลัก ไม่ว่ากระแสดีหรือร้าย เราผู้บริโภคต้องไม่ตกเป็นเหยื่อ big smile

#8 By ~NuDeE~ on 2009-10-10 12:02

เหอๆ ใจเย็นๆโยม confused smile

#9 By p.cobra on 2009-10-11 01:06

เห็นว่า สก๊อตเทปใส สมัยนี้เค้าเลิกใช้แล้วไม่ใช่เหรอ

เม้นต์เยอะนะเนี่ย

ส่วน คห คุณ Wicked Tinkle อยากบอกว่า
สำนวนฝรั่งก็มีจ้า "มนุษย์ชอบข่าวร้าย"

แต่คนไทยชอบข่่าวดาราเพราะเราชอบนินทากาเลมากกว่า

#10 By มิ๊วๆ แมวพันปี (118.172.245.161) on 2009-10-12 00:33