แก้ซนานุกรม:"อารยะดื้อด้าน"
posted on 21 Sep 2009 21:35 by gaeseng in gaeseng***
แก้ซนานุกรม = แก้เซ็ง + ปทานานุกรม ; ความหมาย การอธิบายคำศัพท์ ตามฉบับของบล๊อกแก้เซ็ง
***
พอดีไปอ่าน บล๊อกน้องกิ๊ก (อินิมันรั่ว อินิมั่นบ้า) เอ็นทรี่ว่าด้วยเรื่องทรงผมของติ่งหูในปัจจุบันขณะ หลังจากได้คุยเอ็มฯกัน ก็ได้ไอเดียขึ้นมาเลยมาเขียนสักหน่อย
ครั้นเมื่อยามเกรียนแย้ม แรกติ่งบานสะพรั่ง ในยามนั้นอย่าปฎิเสธให้ยากครับว่าจะมีมนุษย์ผู้ใดในวัย 13-15 ปี ไม่เคยคิดอยากแหกกฏโรงเรียน เชื่อว่าบางคนคิดเรื่องนี้แทบทุกขณะจิต อาจมีถึงขนาด "เอ...วันนี้กูจะทำอะไรให้ฝ่ายปกครองเรียกตัววะ" ด้วยซ้ำไป ในวัยนั้นเข้าใจครับว่า กฏเกณฑ์ต่างๆที่มาห้อมล้อมเราไว้ มันก็เปรียบได้กับกุงเกงลิงผิดไซส์ ที่เราจำต้องใส่อยู่ทุกวัน
ต้องทนให้มันรัดมันเค้น โอบะระโห้ กับ จุกกรู้วว เราอย่างหนักหน่วงตลอดมา โดยไม่มีทางขัดขืน
แต่ความจริงแล้วถ้าเราทนได้สักพัก เดี๋ยวกุงเกงลิงผิดไซส์มันก็จะค่อยๆยืดเอง แล้วเราก็จะค่อยๆชินกับมันไปเอง แต่จะมีสักที่คนกันเชียว
ที่ทนได้?
เมื่อทนไม่ได้ ก็อย่ากระนั้นเลย ประกาศศักดาทำอารยะดื้อด้านมันซะเลย
เกริ่นมาซะยาวแล้วไอ้ " อารยะดื้อด้าน " ที่ว่า มันคืออะไร? ครับ มันก็เป็นอาการประเภทเดียวกับการทำหน้ามึน ไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือหูทวนลมไปวันๆ ถ้าเป็นในเชิงคณิตศาสตร์อาจเรียกได้อีกอย่างว่า อาการแปรผกผัน คือ ถ้าหากไปบอกพวกเขาในวันกีฬาสีว่า " วันนี้ต้องใส่เสื้อยืดมา ร.ร.นะ " มันก็จะใส่เสื้อเชิ้ตมา หรือว่า " อย่าดึงถุงเท้ายาวยาวๆนะ ไม่เรียบร้อย " แน่นอนว่ามันก็จะดึงมา เผลอๆเอาถุงน่องแม่ใส่มาโรงเรียนก็มี เป็นอาการแปรผกผันกับความเป็นปกติ
ดังนั้นพวกอารยะดื้อด้าน จึงถือเป็นพวก คนไม่ปรกติแบบหนึ่ง
แต่เป็นไม่นานหรอกครับ ผมเองก็มีบ้างที่เคยเป็น อาการแบบนี้มักเกิดในช่วงวัยที่ผมบอกไว้ข้างต้น คือ ช่วงเกรียนสุกงอม ราว 10 กว่าขวบขึ้นไปไม่เกิน 19
ซึ่งอันที่จริง ควรเปลี่ยนเป็น ไม่ควรเกิน 19 ขวบเสียมากกว่า เพราะถ้าเกิดไม่หายตามวัยอันควร จะกลายพันธุ์เป็น ผู้ใหญ่สมองควาย และจะเป็นอาการนี้ไม่หาย จนกว่าจะได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงนู่นละ
ตัวอย่างอาการเบื้องต้นอย่างง่ายๆ
ณ ร.ร.เกรียนศึกษาคาทอลิกสุดชีวิต
นร.ทุกคนจงฟังขอให้ทุกคนพร้อมใจแต่งกายให้สุภาพ เพื่อต้อนรับคณะอาจารย์จาก ร.ร.โยเซฟการช่าง ที่จะมาแลกเปลี่ยนดูงานในวันพรุ่งนี้ นร.ชายใส่เสื้อในกางเกง ใส่รองเท้าสีดำ ดึงถุงเท้าให้สุดแข้ง นร.หญิงใส่กระโปรงคลุมเข่า ใครผมยาวผูกโบว์มาด้วย แต่ห้ามซอยผมมา สถานศึกษานะยะไม่ใช่ แอลแฟชั่นวีค
วันต่อมา นร.ชาย เอาเสื้อออกนอกกางเกงกันยกชั้น ใส่รองเท้าขาว ถุงเท้าลูสซ๊อคแบบญี่ปุ่นมาเลย เรียกว่าหลับตาเอาตะเกียบคีบก็เจอผิดระเบียบ นร.หญิงนี่แม่ก็ซอยผมทำไอไลท์กันมา ยังกับขั้นบันไดวัดเส้าหลิน เสื้อนี่รัดนมปลิ้น กระโปรงสั้นปิดแค่ก้น แถมจับจีบหลอกไว้เฉยๆ ความจริงเย็บเป็นกระโปรงสั้นเข้ารูปไปแล้ว
อา.......อารยะดื้อด้าน
แล้วพอมันย้ายไปเรียน ร.ร. รัฐบาลตอนมัธยมปลาย เขาให้ นร.ชายใส่รองเท้าสีน้ำตาล ถุงเท้าสีน้ำตาลพับสองทบ นร.หญิงให้ใส่ประโปรงเหนือเข่า ใส่ซับในกับมาด้วย ห้ามทำสีผม แต่อนุโลมให้ซอยได้เล็กน้อยพองาม
อย่างที่คิด นร.ชายมันใส่รองเท้าดำมา ถุงเท้าสีน้ำตาลก็จริงแต่ พวกดึงมันสุดแข้งเลย นร.หญิงก็ใส่กระโปรงคลุมเข่ายาวเป็นฝ่ามือ ซับในไม่ต้องโชว์เสื้อชั้นในกันเลยดีกว่า ผมอาจไม่ทำมามากมายแต่ขอโทษ พอกเครื่องสำอางเป็นไก่เคเอฟซีเลย
อา......อารยะดื้อด้าน
มีอะไรพอดีกับพวกมึงมั่งเนี้ยย
จะรีบแต่งตัวกันไปเพื่อ? รออีกหน่อยเข้ามหา'ลัยก็แรดได้สมใจอยากแล้ว ผู้หญิงแต่งตัวล่อหนุ่มๆ หนุ่มๆก็แหกกฏทำเท่โชวสาวๆ จะรีบแก่ รีบเป็นหนุ่มเป็นสาว ไปไหนกัน เดี๋ยวเข้ามหา'ลัยครั่นจะครวญครางอยากกลับไปเป็นเด็กๆอีก มาตัดผมทรงหน้าม้าใส่ตาโตแต่หน้าไม่ให้ ก็จะอนาถไปนะโยม พวกรีบสวยแต่เด็ก เห็นท้องออกเยอะแยะไป ผู้ชายท้องไม่ได้มันก็จีบแล้วฟันไปเรื่อยนะหนู ระวังไว้เหอะ
ดังนั้น
อารยะดื้อด้าน (อา-ระ-ยะ-ดื้อ-ด้าน) ; ความหมาย คืือ การกระทำโดยจงใจผิดแผกจากกฏข้อบังคับโดยปราศจากเหตุผลอันควร เป็นเวลาต่อเนื่องประจำสม่ำเสมอ ซึ่งอาจมีจุดมุ่งหมายเพื่อกวนตีนผู้บังคับใช้กฏข้อบังคับนั้นๆ หรือ เพื่อต้องการแสดงอำนาจของตนให้ผู้อื่นได้เห็น ทั้งนี้ มักเป็นอาการที่เกิดจากการกระทำของ เกรียน หรือ ติ่งหู เป็นส่วนใหญ่
หล่อสวยก็ให้มันสมวัยเถอะ กฏเขามีไว้ให้รู้จักการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้สังคมมันเป็นปรกติ เพราะตอนทำงานจริงๆ เจ้านายให้พิมพ์งาน มาอารยะดื้อด้านไม่พิมพ์ นั่งเล่นเอ็มฯ
เขาไม่หักจิตพิสัย แต่เขาไล่ออกนะครับ อย่ามาอารยะดื้อด้านกันบ่อยๆ
ฝากไว้นิดนึง ตกงานถึงกับอดตายเชียวนะเออ



พอเป็นผู้ใหญ่ก็อยากจะเด็กแดด
หมดวัยอยากแก่แดดแล้วจะรู้ซึ้งเลยว่า ไม่ต้องรีบโตน่ะดีแล้ว
#1 By persona non grata on 2009-09-21 23:28