เอ็นทรี่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากบล๊อกของพี่ปอ http://noopau.exteen.com 

 

บ้านใครเคยมีลูกจ้างบ้างครับ?  ขยับหัตถ์ขยับแขน put your hand over shoulder หน่อยครับ

ยกกันหรือยังครับ?

ยกแล้วเหรอ? ทำไมผมไม่เห็นหว่า?   ช่างเถอะเอาเป็นว่าบางคนเคยมีบางคนไม่เคย ขอบอกเลยนะครับว่าการมีลูกจ้างเนี้ยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งลูกจ้างเยอะเท่าใดก็ยิ่งลำบากเท่านั้น แล้วยิ่งวางใจมากเท่าไร ก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น ไม่เชื่อจะเล่าให้ฟัง

ครอบครัวผมเป็นครอบครัวคนจันทบุรี เรียกว่าเป็นชาวสวนกันมานานหลายรุ่น แม้ว่าคุณตาผมจะฉีกไปเป็นเสมียนไปรษณีย์ก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี ท่านก็ยังไม่ลืมไร่นาเรือกสวน หาเก็บเงินซื้อที่เอาไว้ให้ลูก(ทั้ง 7 คน)ทำสวนทำนา และยังสามารถส่งลูกๆ(ซึ่งคือน้าๆและแม่ผม)เรียนจนจบได้  แม่ผมซึ่งรักคุณตามากๆจึงทำสวนต่อไปเรื่อยๆแม้ว่าจะเป็นอาจารย์มีเงินเดือนสบายๆแล้วก็ตาม  แล้วพ่อของผมดันเป็นเขยรักของคุณตาเพราะเวลาว่างๆก็มักจะชวนพ่อตาก๊งเหล้าบ่อยๆเอะอะหาเรื่องมอมเหล้าพ่อตาว่างั้น สมบัติไหนที่เป็นของตกทอดของคุณตาพ่อผมจึงมักจะช่วยแม่รักษาเอาไว้ไม่ค่อยยอมขาย(อันที่จริงไม่เคยเห็นขายสักชิ้น)

และด้วยเหตุที่แม่ผมเป็นครู ส่วนพ่อก็เป็นตำรวจ(แต่ดันอยากทำสวน) ทั้งสองคนจึงไม่มีใครที่จะมีเวลาว่างพอจะดูแลสวนได้ ดังนั้นจึงต้องจ้างครับ

 

เรื่องมันจึงวุ่นตรงนี้ครับ เพราะลูกจ้างแต่ละรายเด็ดๆทั้งนั้น รายแรกๆที่ผมจำได้มากันเป็นครอบครัวครับ ในตอนแรกๆนั้นบ้านผมมีสวนผลไม้แค่สองที่ ไม่ห่างกันมากมาย  แต่ยังไงก็ต้องทิ้งรถมอเตอร์ไซด์เอาไว้ให้(ตอนนี้รู้สึกว่าจะเป็นประเพณีไปแล้ว ลูกจ้างมาใหม่ทีไร ต้องให้รถไว้ใช้ทุกที)เผื่อมีธุระอะไร  แรกๆก็ทำงานดีครับ แต่หลังๆพ่อผมก็สงสัยทำไมผลไม้ไม่ค่อยโตเลย ธรรมดาผลไม้ในสวนต่างๆมักจะออกตามเวลาทุกปี แต่คราวนี้ทำไมไม่ค่อยออกเลย

ท่ามกลางความสงสัย วันหนึ่งครับอยู่ดีๆครอบครัวนี้ก็มาบอกว่าขอลาออก แล้วก็เก็บข้าวของ แม่ผมก็งง เป็นวรนุชอะไรกันพวกเอ็ง ก็สอบดูถาม เลยได้ความว่าโดนผีหลอกกันยกครอบครัว ได้ยินเสียงคนมาเคาะข้างฝาบ้านดึกๆทุกวัน เห็นเงาอะไรแว่บๆ พอเขาลาออกไปแล้ว พวกผมถึงได้มารู้ทีหลังว่าครอบครัวนี้มักจะแอบไปรับจ้างคนอื่นๆทำงานเสมอ  จนไม่ค่อยได้ดูแลสวนของผม เจ้าที่ผมเลยมาเตือน เจ้าที่ผมแรงนะครับขอโทษ

รายต่อมาก็คล้ายๆกันครับ แต่แรกๆทำงานดีครับพ่อแม่ผมมาทีไรงานเดินลิ่วๆ แต่ก็เห็นนะครับว่าแอบปลูกผักสวนครัวไว้ แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ยังแอบชื่นชมว่าเข้าใจประหยัดเงินไม่ต้องซื้อผักมากิน แต่ไปๆมาๆแปลงผักชักใหญ่ขึ้น ท่อน้ำที่ผมต่อไว้รดน้ำต้นไม้ก็ถูกดัดแปลงมารดน้ำผักด้วย ผักก็เขียวสวย ต้นไม้ผมเหลืองเชียวดอกเหี่ยวเป็นหนอนชาเขียวเลย แล้วเฟอร์นิเจอร์ก็เริ่มเยอะขึ้นๆ มีทีวีพัดลม หม้อหุงข้าวใหม่

 

ไล่ออกสิครับ ต้นไม้เหลืองเอาๆ ผักเขียวได้เขียวดี ไปๆมาๆมันจะรวยกว่านายจ้างแล้ว

อีกรายมีคนแนะนำมาให้ครับ มากันสามคนพ่อแม่ลูกมาอยู่ทำงานดีครับ ไม่มีอู้อะไร เสียแค่ขี้เหล้าติดพนัน(นั่น) แรกๆก็ไม่มากมายพอรับได้

แต่หลังๆชักเสียงานจนเกินทนได้ ขอเงินล่วงหน้าบ่อยๆทนไปทบมา จนต้องขอให้ออก เรื่องมันสนุกก็อีตรงนี้ละครับ มันไม่กลับมือเปล่ามันเอารถมอเตอร์ไซด์ไปด้วย

มารู้ตัวตอนหลังจากมันไปแล้วนานพอควร(มันไปตอนสายๆ พ่อผมเข้าสวนไปตอนเย็นๆ) พ่อผมเลยให้น้องเขยตำรวจที่ประจำด่านอยู่ช่วยดู แล้วก็บอกลูกศิษย์ตำรวจแกให้ช่วยดูด้วย ผลคือได้รถคืนครับแต่สภาพเละมาก เพราะเอาไปคว่ำ จำได้ว่าติดรายนั้นติดคุกครับแต่ขั้นเบาๆ ไม่นานมากเพราะติดจากรายอื่นๆพ่อผมไม่เอาเรื่อง 

 

ความจริงมีมากกว่านี้ครับแต่จำไม่ค่อยได้แล้ว(เยอะมาก) ที่ดีๆก็มีครับลูกพี่ลูกน้องผมเองมาจากนครสวรรค์ ทำไร่พริกอยู่ดีๆพ่อไปลากมาช่วยงาน ทำงานดีมากๆ แต่ว่าอยู่ได้ไม่นานเพราะต้องไปดูแลไร่ตัวเอง วันที่จะกลับบ้าน นอนอยู่ดีๆเจอเจ้าที่สวนผมมายืนอยู่ปลายเท้าให้เลขอะไรไม่รู้  เลยเอาไปซื้อถูกรางวัลเลขท้ายสองตัว

 

จากนั้นมาแม่ผมมักจะลากผมกับพ่อไปนอนสวนนั้นบ่อยๆ นัยว่าหวังเลขเด็ด

 

และแล้วหน้าผลไม้ออกผลก็มาถึง ซึ่งมักจะตรงกับซัมเมอร์ ผมจึงต้องไปทำงานกับเขาด้วย(เป็นลูกจ้างบิดามารดาตนเอง ค่าจ้างถูกที่สุดในสามโลก เรียกว่าเดินพารากอนสามวิ เงินหมดแล้ว) แล้วผมก็ชอบใส่เสื้อผ้าเน่าๆไป เวลาเปื้อนจะได้ไม่เสียดายมาก ด้วยเหตุนั้นแหละที่ผมมักจะพบการอู้บ่อยๆ

พ่อแม่ผมมักจะแบ่งกันไปดูแลสวนคนละแปลง โดยแม่แปลงนึง ผมแปลงนึง พ่อก็ออกไปติดต่อคนที่จะซื้อผลไม้ คงด้วยความที่เห็นผมเป็นเด็กท่าทางสบายๆไม่ดุร้าย เลยแอบอู้กันบ่อยๆ พอผมผ่านไปทีก็ขยับที บางทีพ่อผมลับตาไปอู้เลย ไม่ทำงานนั่งคุยกันเป็นคุ้งเป็นแควต่อหน้าผม บางทีอยู่กับแม่เนี้ยละยังอู้ให้เห็น 

คิดดูแล้วกันครับผมมาทำงานเฉพาะบางช่วง แต่พวกเขาทำงานนี้ตอนทุกวันทำเป็นอาชีพ แต่พวกเขาสี่คนเก็บผมไม้ได้เท่ากับผมกับแม่สองคนช่วยกัน ผมกับแม่เคยนับกันคร่าวๆเคยทำได้สองคนเป็นตันคนละ 500 กว่ากิโลฯ(ไม่ได้เก่งเลยครับ คือ สองแม่ลูกทำประชดคนงาน เหนื่อยเองทั้งคู่แถมผมต้องไปขายด้วยต่างหาก)

 

เก็บผลไม้แทบตาย  จ้างลูกจ้างก็ลำบาก เหนื่อยสุดๆ

เงาะกิโลละ 18 บาท มังคุดรวมกิโลละ 20 บาท ลองกองกิลโละ 30 บาท มะไฟกิโลละ 20 บาท และราคาจะลดลงแปรผันตามระยะเวลาที่ผ่านไปนับแต่วันแรกที่มีผลไม้ออกขายสู้ตลาด 1 วัน = 5 บาทเป็นอย่างต่ำ

ถุยชีวิต!!

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนแรกนึกว่าเป็นแนวรักซะอีกนะคะ

ที่ไหนได้ ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#1 By ::SaTaN:: on 2009-08-11 18:31

ได้คนทำงานด๊เหมือนถูกหวยsad smile

#2 By wesong on 2009-08-11 19:25

อ่าวไม่เกี่ยวกับเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อหรอกหรือ

#3 By กัณฐ์ on 2009-08-12 13:12

เข้ามาปัดกวาดเช็ดถู ใครไม่รู้มาถุยทิ้งไว้ พื้นสกปรกหมด

เหอ เหอ เหอ

พวกลูกจ้างมักเป็นแบบนี้ เค้าถึงได้เป็นลูกจ้างตลอดไง ทำงานไปวัน ๆ ไม่ได้เต็มใจทำ

เฮ้ออออออออออออออออออ นี่ยังไม่รู้เลยว่าแม่ครัวมันจะยอมออกมั้ยเนี่ย

#4 By จอมบงการ on 2009-08-12 13:45

1. เออ น่ากัวนะ เจ๋งจิงๆ เจ้าที่ open-mounthed smile
2. อันนี้ร้าย ทำธุรกิจบนบ้านเราซะงั้น sad smile
3. โอะ อันนี้ก็น่ากัว มีขโมยของ angry smile
4. ยังคงยืนยันเจ้าที่สุดยอด จิงๆ sad smile
คนเยอะเรื่องแยะ ไม่เคยประสบกะอะไรทำนองนี้
สู้ๆ เน้อ คับ อย่าพึ่งถุยชีวิต confused smile

#6 By p.cobra on 2009-08-13 01:14