วันพ่อนะเฮ้ย!!ทำบุญ

posted on 05 Dec 2009 20:23 by gaeseng  in News

ผม  : วันนี้วันพ่อนะเฮ้ย!!

เขา : แล้วไงครับ

ผม  : เราควรจะแสดงความจงรักภักดีต่อ ในหลวง และพ่อของเราเอง

เขา : ยังไงครับ

ผม  : อย่างผมนี่ วันนี้ตื่นเช้าใส่บาตรใ้ห้พ่อ ทำความดีให้พ่อ

เขา : ลูกตัวอย่างจริงๆ กตัญญูที่หนึ่ง แล้วนั่นจะโทรบอกรักพ่อใช่ไหมครับ?

ผม  : ฮัลโหลพ่อ พ่อ พ่อขอตังค์สองพันดิ เมื่อเช้าไปทำบุญมาหมดตัวเลย

 

--------------------------------------------------

 

 เห็นช่วงนี้กำลังเล่นกันหลายบล๊อกเอาเสียหน่อย แต่เมื่อเช้าผมไปทำบุญมาจริงๆนะตอนแรกแค่ไปซื้อกับข้าวเฉยๆ  แต่เห็นพ่อลูกคู่หนึ่งเขากลับมาจากใส่บาตรแล้ว  รู้สึกขาดความอบอุ่นอย่างแรงเลยไปใส่บาตรเสียหน่อย  แก้คิดถึง  ก็แจ่มใส่สดชื่นไปได้หนึ่งวัน

 

วันนี้ความจริงอยากจะออกไปร่วมจุดเทียนกับเขา แต่ไปลำบากมากหันซ้ายรถก็ติด หันขวารถก็ติด เลยได้แต่อยู่ในห้องคนเดียวนั่งดูพลุเพลินๆไป  ดีที่ว่าวันนี้ได้โทรไปคุยกับพ่อนิดหน่อย บอกรักอะไรบ้างเงี้ยแหละ 

 

นอกเรื่องนิดหน่อย พอดีเมื่อเช้าอ่านข่าวเจอ นักวิทยาศาสตร์อเมริกันล้มเหลวในวันแรกที่ทำการทดลอง  ในหัวข้อ " ความแตกต่างของทัศนคติระหว่างผู้ชายที่ไม่เคยดูสื่อลามกกับผู้ชายที่ดูสื่อลามก "  ปัญหาไม่ใช่หาคนที่ดูสื่อลามกไม่ได้ ความจริงไอ้ประเภทนั้นหาง่ายมาก เอาก้อนหินขว้างลงไปในกลุ่มผู้ชาย เชื่อว่าต้องมีโดนคนที่เคยดูสื่อลามกแน่ๆ  แต่ที่เหตุผลของความล้มเหลวที่ศาสตร์จารย์แกบอกคือ " หลังจากที่เราพยายามอย่างหนักแล้ว เราหาผู้ชายที่ไม่เคยดูสื่อลามกไม่ได้จริงๆ "

 

อ่านจบผมนั่งขำอยู่คนเดียว ค้นพบโคตรจะสัจธรรม "ชายใดไม่แลหญิง ชายนั้นไม่ใช่ชาย"

 

ป.ล. ไว้จะเอาคลิปที่ถ่ายพลุมาให้ดูกัน

          เรื่องราวเริ่มขึ้นโดยกล่าวถึงองค์กรนักฆ่าที่มีตัวตนข้ามกาลเวลามายาวนานอย่าง  "9 ตระกูล"   ซึ่งไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริง   รู้เพียงแต่ว่าใครที่ตกเป็นเป้าหมาย มักจะไม่มีโอกาสได้มีลมหายใจในวันต่อไป   ซึ่งเป้าหมายในคราวนี้นั่นคือ  "มิค่า"  เจ้าหน้าที่ข้อมูลของตำรวจสากลยูโรป   ที่บังเอิญไปขุดคุ้ยจนเจอเงื่อนงำความเชื่อมโยงในคดีลอบสังหารหลายคดีที่ผ่านมา  ว่าทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับ  "นินจา"   มิหนำซ้ำเรื่องราวยังพัวพันไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลอีกด้วย  เธอจึงถูกตามล่าสังหารเพื่อปกปิดตัวตนขององค์กรให้เป็นความลับ  

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง "ไรโซ" นินจาทรยศผู้หลบหนีออกจากองค์กรและมีชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้น  ได้เข้ามาช่วยเธอเอาไว้  เพราะทั้งสองมีจุดประสงค์เดียวกันคืออยากกำจัด นินจานักฆ่า "9 ตระกูล"  ให้สิ้นซาก  คนทั้งคู่จึงต้องพากันหลบหนีการตามล่าสุดชีวิต ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามหาทางกำจัดนินจานักฆ่าเหล่านี้ให้ได้ 

ความมันส์จึงเริ่มต้นขึ้น

 

ืninja assain(2009)

 

--------------------------------------------------------------------

 

หากใครเข้าไปดูแล้วแบกความคาดหวังเอาไว้กับชื่อ matrix  และ Wachowski brothers พี่น้องวาโชสกี้ละก็ขอบอกไว้ก่อนว่าควรจะวางที่แบกเอาไว้ลงซะ เพราะตัวหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีฉากแอกชั่นหวือหวาตื่นตาตื่นใจแปลกใหม่อะไรมากมายนัก นอกจากสลิงและคอมพิวเตอร์กราฟิก ที่ถูกใส่ลงไปเพื่อทำนินจาให้เป็นนินจาตามแบบอย่างญี่ปุ่น อาทิเช่น โผล่จากเงา กระโดดขึ้นลงไปมา ดาวกระจายหรือชูริเคนที่ขว้างได้รุนแรงเหมือนยิงจากเครื่องยิงลูกเทนนิส  

 

ดาวกระจาย

 

ถึงแม้ตัวหนังจะแปะป้ายหราอยู่แล้วว่าเป็นหนังแอกชั่นไม่ค่อยเหมาะกับเด็ก  แต่ผมแนะนำว่าผู้ใหญ่ที่ขวัญอ่อน , คนที่ต่อมต้านทานความแหวะๆต่ำก็ไม่ควรไปดูเช่นกัน  เพราะฉากต่อสู้ของหนังสมจริงเป็นอย่างมาก  จนบางทีแอบคิดว่าอะไรจะสมจริงขนาดนั้น  ทั้งเลือดทั้งสมองกระจายเป็นชิ้นๆอย่างง่ายดายจนดูเหมือนโกหกกันเกินไป

 

ตัวของนินจาในเรื่องเองก็พาปวดหัวไม่น้อยเมื่อมีฉากโผล่ออกมาจากความมืด  การปรากฏตัวของพวกเขานั้นใช้การเล่นแสงเงาเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ไปมา ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องยอมรับว่า ทำให้คนเข้าถึงความน่ากลัวของนินจานักฆ่าได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความรำคาญให้คนดูได้ไม่น้อยเลย เมื่อยามที่ต้องการดูฉากต่อสู้มันส์ๆ แต่ตัวละครดันผลุบโผล่ไปมาจนตาลาย แถมทำตัวเป็นแวมไพร์โดนแสงแล้วสู้ไม่เก่ง แต่มืดๆแล้วเซียนมาก

 

เรนซ้อมฉากต่อสู้


แม้ฉากต่อสู้ในเรื่องจะรุนแรงและเกินจริงไปสักนิดอย่างที่ได้บอกไปแล้วข้างต้น  แุถมไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรมากมายจนทำให้ตื่นเต้นได้ ฉากวิ่งต่อสู้บนถนนที่ควรจะตื่นเต้นกว่านี้ก็กลับธรรมดา ฉากขายหลายฉากสามารถหาได้จากหนังของพันนา ฤทธิ์ไกร (เช่น วิ่งไปและตีลังกากลับหัวลอดระหว่างรถสองคัน )  แต่ยังดีตรงที่ว่าฉากต่อสู้เหล่านั้นไหลหลื่นกลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องได้อย่างดีไม่มากและน้อยจนเกินไป แม้ว่าไม่ได้น่าตื่นเต้นขนาดทำให้อยากกลับมาดูอีกรอบก็ตาม(สำหรับผม) 

 

ทางด้านตัวนักแสดง "เรน" ที่แสดงเป็นไรโซ ถือได้ว่ายังเสมอตัวอยู่เพราะแม้จะได้ชื่อว่าเป็นพระเอกของเรื่อง แต่บทบาทกลับไม่มากเท่าที่ควรและไม่ค่อยได้บทแสดงอารมณ์มากนัก เรียกได้ว่าโชคร้ายได้บทแข็งเป็นคนไม่ค่อยพูดไม่ยิ้ม   ที่คาดไม่ถึงมากๆคือ  พอมาดูกันให้ดีแล้วพบว่าเรื่องนี้ตัวละครวัยเยาว์ขโมยซืนไปแทบทั้งหมด   ทั้งไรโซตอนเด็กและแฟนของไรโซซึ่งเล่นได้ดีทั้งสองคน   ส่วนตัวนางเอกอย่างมิค่าที่ควรได้รับบทเด่น  ก็กลับมีบทไม่เด่นนัก   ถึงอย่างนั้นก็ตามเธอก็แสดงออกมาได้อย่างดี(เผลอๆดีกว่าเรนอีก)   ส่วนเรื่องภาพนอกจากในส่วนที่ชอบไปสู้กันในความมืดพาคนดูมึนงงไปด้วย  ที่เหลือถือว่าีดีได้มาตราฐานหนังในระดับนี้  ไม่มีอะไรให้ติ

 

 

 

โดยรวมแล้วผมจัดอยู่ในระดับพอใช้ได้  เป็นหนังดีเฉพาะบางกลุ่มไม่สามารถให้คนทุกคนดูได้ด้วยความรุนแรงที่มีมากขนาดฟันหัวสมองไหล ฟันแขนขาดเป็นชิ้น นั่นเอง แต่ถ้าใครเป็นคอแอกชั่นแนะนำควรไปดู ยิ่งใครชอบความสมจริงแบบเลือดเป็นเลือดนี่ไม่ควรพลาด  ผมเองไปดูคิดว่าพอได้ไม่ขาดทุน(แต่ให้ดูอีกคงไม่ดูซ้ำ ฮ่าๆ) คุณจะดูหรือไม่ก็สุดแต่ใจครับ     

--------------------------------------

ป.ล ชอบติดดาวได้นะครับ ฮอตฮอตฮอตฮอตฮอตฮอต

ครบ 202 เอ็นทรี่แล้วครับแม้ว่าจะอู้ไปเยอะในเดือนนี้ เนื่องจากคิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรมาอัพให้สมกับที่เป็นเอ็นทรี่ที่ 202 จบแล้วจนรอดก็ต้องเอาอาวุธไม้ตายมาอัพ นั่นก็คือการ์ตูน *เอ๊กโค่* อุนๆๆ ไปดูการ์ตูนก่อนดีกว่าแล้วค่อยมารออ่านที่ผมโม้

 

 

ความจริงจะเอาการ์ตูนเรื่องมาลงแต่วาดไม่เสร็จ เพราะวาดไปวาดมาแล้วงงว่าที่สื่อออกไปมันดีหรือยังก็พาลให้ช้าไปเรื่อย พอเปิดไปเจอหนังสือพิมพ์วันหนึ่งลงข่าวจับ นักเรียนอาชีวะช่างกลแอบทำระเบิดปิงปองวางแผนไปบึ้มคู่อริ ก็คิดอยู่ว่าไอ้พวกนี้โตไปมันจะไปเป็นอะไรวะ  จากนั้นวันสองวันผมก็อ่านหนังสือพิมพ์เจออีกว่ามีเสื้อแดงบางคนแอบซุกระเบิดปิงปอง 6 พันลูกไว้ที่บ้าน นึกย้อนไปอีกเสื้อเหลืองแม่งก็เคยมีนี่หว่า ก็เลยเข้าใจ อ๋อ! พอโตมามันจะเป็นแบบนี้  มิน่าล่ะประเทศกูถึงเจริญกันวูบๆ

 

เผื่อมองไม่ชัดเอาลิ้งรูปไป อย่ากดตรงนั้นสิไม่นะ

 

-----------------------------------------------------------------------------  

 

 ก่อนหน้านี้ประมาณ สองวันผมไปเดินเล่นกับเพื่อนที่ภิรมย์พลาซ่าตรงเมอรี่คิงส์วังบูรพา ไอ้ขาไปก็ดีอยู่หรอกพอนั่งแท๊กซี่ไปได้  แต่ขากลับนี่สิบ่ายสามไพรม์ไทม์ชัดๆ  รถติดกันเป็นขี้มูกเลย  คิดว่าถ้านั่งแท็กซี่ไปกว่าจะถึงที่หมายคงเท่ากับเอาเงินไปดาวน์มอเตอร์ไซด์ได้คันนึงพอดี เลยพึงมอเตอร์ไซด์รับจ้างดีกว่า   เดินไปที่วินไปเจอคุณลุงอยู่กันแค่สองคน ใส่เสื้อวินนั่งเบื่อๆอยู่  ถ้านับอายุนี่สองคนรวมกันคงเกิน 100 ปีแน่ๆ ผมละไม่ได้อยากไปกับแกสองคนเลยจริงๆนะ  แต่บางครั้งชีวิตคนเรามันก็เลือกไม่ได้จองตั๋วหนังไว้แล้ว ใบละตั้ง 190 ทำไงได้ จังหวะนี้ไปก็ไป เสียดาย 

 

แล้วพาหายนะที่เราใช้ก็โคตรสุดแสนจะทันสมัย เป็นมอเตอร์ไซด์เมดนางพญา เก่ามวากกก ผมเชื่อว่ากระโดดเตะเต็มแรงนี่ลักษณะนามของมันจะเปลี่ยนจาก คัน เป็น ชิ้น ทันที   แล้วคุณพระช่วย! เหมือนมีวิญญาณสถิตครับ คล้ายคนมีองค์ ยืนเฉยๆจะเป็นคนแก่ธรรมดา แต่พอคร่อมมอเตอร์ไซด์ปั้ปดูมีออร่า  สายตาเปลี่ยนไปดูเหมือนคนหิวกระหายอะไรบางอย่าง  ออกตัวนี่มอเตอร์ไซด์พุ่งยังกะม้าเมากาว รถคันหน้าติดแค่ไหนไม่สนลุงแกบิดคันเร่งปาดซาดปาดขวา เป็นเค้กนี่กินไม่ได้หรอกหน้าเละไปแล้วเพราะปาดแหลก 

 

แล้วมีการหันมาภูมิใจด้วยนะ  "เป็นไงหนุ่ม"  เป็นลมสิลุงเล่นขับแบบนี้อยู่มาถึงป่านนี้ได้ลุงนี่มีของแน่ๆ แล้วไม่พอขับไปบีบแตรไปครับลั่นถนนขอโทษตำรงตำรวจไม่สน คือแกภูมิใจแตรมอเตอร์ไซด์ตัวเองว่าเหมือนของรถเก๋ง ขับไปก็ยิ้มหัวเราะคนที่ตกใจเพราะเสียงแตรรถแก มีหันมาถามนะ "เหมือนป่าวๆ เหมือนแตรรถเก๋งป่าว" จังหวะนี้แล้วถามอะไรผมก็เห็นด้วยหมดหละ ต่อให้บอกว่าเซ็นยกมรดกให้ลุงเดี๋ยวนี้ผมยังยอมเลย

 

 

ตอนถึงที่หมายก็ไม่ธรรมดาปีนบาทวิถีที่คนเอาไว้เดินขึ้นไปวิ่งเล่นบนนั้นแหละ แล้วขับไปส่งผมจนถึงหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หลังจากรอดมาจากลุงแกได้ผมเลยเข้าใจว่า ถ้าคนมันแว้นยังไงมันก็เป็นแว้นวันยังค่ำ ต่อให้อายุเท่าไรก็ไม่สำคัญถ้าใจมันอยากแว้น         

 

แม้ว่าจะดูไม่ค่อยเข้าท่านักแต่อย่าน้อยลุงแกก็เจอสิ่งที่ชอบทำ แล้วก็ทำมันอย่างมีความสุข ก็ดีกว่าคนที่รวยแล้วไม่รู้จะทำอะไร อยากเป็นดาราก็อยากอยากเล่นการเมืองก็อยาก  เลยทำมันสองอย่างทั้งเล่นละครทั้งเป็นนักการเมือง

 

แบบนี้ไม่ดีนะตัวเองงง