กลอนแปดแก้เซ็ง

posted on 05 Sep 2011 23:00 by gaeseng  in gaeseng
ช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวไอเดียที่นานๆวิ่งผ่านมาสักครั้ง วันนี้ที่ผมแต่งกลอนเพราะเห็นเพื่อนแต่งในเฟสก็เลยนึกสนุกไปขัดเกลากลอนให้ ไปๆมาๆไอเดียมันงอก เลยยาวแต่งให้เต็มบทมันเสียเลย ลองดูละกันครับสนุกๆ
 
 
 
 
 
กลอนแปดสวยทุนนิยม(ฉบับสมบูรณ์)
 

อันความแก่   ความหง่อม    ย่อมลำบาก
ดั่งคนบอด    ข้ามฟาก        ฝั่งคลองหา
มีรอยริ้ว        ไฝดำ             คลานคลำมา
บนหนังหน้า  อัปลักษณ์      ลำบากใจ

ถ้าไม่อยาก    ให้หน้าแก่      แย่ลงมาก
จงหมั่นรัก      ษาดูแล         ที่แก้ได้
ก่อนจะนอน   ครีมรกแกะ    พอกเอาไว้
ช่วยถนอม     ความใส        ให้อยู่นาน

คนจะงาม        งามบิ๊กอาย     ใช่ใบหน้า
คนจะสวย       ติดขนตา        ให้ดูหวาน
งามแบบไทย   ฉีดโบท็อกซ์    ให้สวยนาน
กลูต้าทาน      ซิลิโคนยัด      อัศจรรย์

แม้ความตาย   ชายนารี         หนีไม่พ้น
แต่มีจน          หล่อหรือสวย  ล้วนช่วยได้
หน้าจะแย่      คิ้วจะหนา        ไม่เป็นไร
ไม่วันนี้          ก็วันไหน         คงได้งาม

ดินจะกลบ      ลบกาย           วายสังขาร
ไฟจะผลาญ   ซากสิ้น           ดิ้นดับสูญ
แค่ความสวย  ความขาว       นั้นเพิ่มพูน
จะเทิดทูน      ขาวเลือดฝาด ทุกชาติไป

 

 

 

กลอนแปดวิบัติ

 

โอ My Dear  Darling        มิ่งสมร
Beautiful      สุนทร           หฤหรรษ์
แม่ชื่นจิต      Sweetheart  เราคลาดกัน
ใจป่วนปั่น    หันเห            Say Goodbye
โถ Darling   นวลน้อง       จงมองพี่
ตรองให้ดี   Look at me    เพ้อพร่ำไห้
Memory     สองเรามี        ร่วมกันไว้
Day and Time ที่ผ่านไป  ใจยังจำ
เธอจากไป   หทัยหมอง     Tears นองหน้า
โอ้แก้วตา    Honey          มาหนีหาย
อยากให้รู้     Love เธออยู่   มิรู้คลาย
หากจำได้    ฉันจะรอ         Miss called เธอ

 

 

 

ชอบใจ อยากให้คนอื่นๆอ่านรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง

ทำิิอะไรอยู่ครับ

posted on 24 Aug 2011 00:09 by gaeseng  in gaeseng

การรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบันมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า  State Railway of Thailand  

 

กิจการรถไฟแห่งประเทศไทยถูกสถาปนาขึ้นใน วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2430 มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงพระองค์แรก

 

 

เหตุเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าในบริเวณใกล้เคียง มีอังกฤษกับฝรั่งเศสกำลังแข่งกันขยายอาณานิคมยึดครองแถบอินโดจีน จึงเป็นการสมควรที่จะต้องมีการคมนาคมเพื่อติดต่อกับเมืองชายแดนก่อนที่ประชาชนจะปันใจแก่อังกฤษหรือฝรั่งเศส และเป็นการตรวจตราพื้นที่รกร้างว่างเปล่าบุกเบิกที่ดินให้ประชาชนเข้าทำกิน แถมยังเสริมสร้างเศรษฐกิจการค้าระหว่างจังหวัด ยกระดับการคมนาคมให้สะดวกสบายมากขึ้นไปในตัว

 

 

เรียกว่าทรงพระแสงปืนนัดเดียว นกตายกันทั้งจังหวัดเลยก็ว่าได้

 

 

ผู้ที่ทำหน้าที่สำรวจทางรถไฟในครั้งนี้คือ เชอร์แอนดรู คลาก(ไม่ใช่บิ๊ก)และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์

 

มีการวางเส้นทางแรกคือ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ โดยที่มีทางแยกระหว่างเส้นทางคือ สระบุรี – เมืองนครราชสีมา เมืองอุตรดิตถ์ – ตำบลท่าเดื่อริมฝั่งโขง และตัวเมืองเชียงใหม่ – เชียงราย – เชียงแสนหลวง

 

แบ่งสำรวจเป็นตอนๆ รวม 8 ตอน ราคาค่าจ้างเฉลี่ยไมล์ละ 100  ปอนค์

 

 

ลองคิดดูครับสมัยก่อนที่ก๋วยเตี๋ยวชามละสลึงเดียว เงิน 100 ปอนค์จะมีค่าขนาดไหน

 

 

จากนั้นจึงได้มีการว่างจ้าง นาย จี มูเร แคมเบลล์ ให้มาสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพ – นครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435  เมตร และประกอบพิธีพระฤกษ์เริ่มสร้างทางจุดแรกที่ย่านสถานีกรุงเทพฯ วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2434

 

 

ต่อมา สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศใช้ในพระราชกิจจานุเบกษา ลงในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2494 และให้ประกาศใช้ในวันที่ 1 กรกฏาคม ปีเดียวกัน การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงถูกจัดตั้งขึ้นนับแต่นั้น

 

 

ในสมัยก่อนว่ากันว่าการรถไฟของประเทศไทยถือได้ว่ามีการก้าวหน้าเป็นอันมาก เรียกได้ว่าเริ่มต้นพัฒนาไปพร้อมๆกับญี่ปุ่นก็ว่าได้

 

 

ผมได้ยินจากผู้ใหญ่ในการรถไฟกล่าวถึงเรื่องนี้ในตอนที่วิเคราะห์ถึงปัญหารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งออกรายการหนึ่งว่า สมัยแรกเริ่มนั้นการรถไฟไทยก้าวหน้ามากจนประเทศญี่ปุ่นต้องมาขอสัมปทานศึกษาการวางเส้นทางและระบบราง (ประเทศญี่ปุ่นมีรถไฟก่อนประเทศไทย 21 ปีก็จริงแต่เป็นในระบบรางเดี่ยว) และเอาไปพัฒนาต่อยอดจนปัจจุบันมีระบบรางทันสมัย มีรถไฟหัวกระสุนความเร็วสูงใช้เอง

 

 

 

 

หากไม่เชื่อลองชมรูปข้างล่าง

 

 

 

จุดประสงค์ที่เขียนมาไม่ใช่อะไรหรอกครับ แค่สงสัยอยากจะถามว่า “ถ้าญี่ปุ่นมาศึกษาจากเราจริง จนเอาไปพัฒนาเป็นชินคันเซ็นได้ แล้วที่ผ่านมาผู้ใหญ่บ้านเรา...... เอ่อ.....ทำอะไรอยู่ครับ”

 

แก้เซ็งชวนดูหนัง:The Chorus

posted on 17 Aug 2011 01:21 by gaeseng  in gaeseng

แรกเริ่มเอ็นทรี่นี้ผมตั้งใจจะเขียนถึงเรื่องข่าวที่มีเกาหลีบางกลุ่มเอามวยไทยไปยำ แล้วบอกว่าเป็นศิลปะของเขาที่คิดขึ้นมาได้  แต่ในระหว่างที่ผมเปิดชมรายการเพลงของช่องเกาหลีนั้น จู่ๆในใจผมก็คิดถึงหนังเรื่องหนึ่งขึ้นมา  (ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางชาติพันธุ์กับเกาหลีแม้แต่น้อย)

 

 

หนังเรื่องนั้นมีชื่อเรื่องว่า The Chorus

 

 

The Chorus หรือ Les Choristes  เป็นภาพยนตร์สัญชาติฝรั่งเศสที่มีดีกรีเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 2 สาขา คือ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมและสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

ตัวหนังเล่าเรื่องราวของ เคลย์มองต์  แมททิว นักแต่งเพลงตกอับที่ได้งานใหม่เป็นคุณครูในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเขาต้องผจญกับเหล่าเด็กดื้อหัวทึบที่ชอบทำตัวมีปัญหา  ด้วยหน้าที่ของคุณครู เขาจะต้องขัดเกลาให้เด็กพวกนี้เป็นคนดีให้ได้  ขัดเกลาเด็กเหล่านี้ด้วยดนตรี ดนตรีที่เขารัก

 

 

  ---------------------------------------------------

 

ผมเริ่มดูหนังเรื่องนี้เพราะอยากไม่มีทางเลือก ตอนที่เดินเข้าไปในร้านเช่าวีซีดีผมพยายามมองหาหนังเรื่องอื่นๆมาดูแทนเรื่องนี้  ในตอนนั้นงานอดิเรกยามว่างของผมคือการดูหนัง ดังนั้นหนังในร้านแทบจะทั้งหมดจึงเป็นหนังที่เคยดูแล้วเกือบทั้งหมด (เกือบมากจริงๆ เพราะผมเว้นไม่เช่าแค่หนังโป๊ หนังแผ่นไทย หนังเกรดบีฝรั่ง นอกนั้นเช่าหมด) สุดท้ายก็จบที่ผมกับเพื่อนเช่าหนังไปสองสามเรื่องโดยที่มีเรื่องนี้เป็นของแถมที่ทางร้านแถมให้

 

หนังเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเล่าถึงเรื่องราวชีวิตของนักเรียนโรงเรียนประจำ (ที่แอบเหมือนสถานพินิจและบ้านเด็กกำพร้าในคราวเดียว)  มาจากต่างพ่อต่างแม่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น หัวแข็ง ไม่สนใจเรียน ดีแต่สร้างความปวดหัวให้กับครูใหญ่ไปวันๆ มองแทบไม่เห็นอนาคตเหมือนกับเด็กเหลือขอในสังคมทั่วๆไปที่รอวันกลายเป็นปัญหาสังคมในวันข้างหน้า และเป็นเคลย์มองต์ แมททิวคุณครูคนใหม่นี่เองที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างในตัวของเด็กๆเหล่านั้น  

 

 

 

หนังมีแนวคิดหลักว่าดนตรีสามารถกล่อมเกลาจิตใจของมนุษย์ได้  ซึ่งตัวเอกของเรื่องอย่างแมททิวก็ตัดสินใจใช้ดนตรีขัดเกลาเด็กๆด้วยการจัดตั้งวงคอรัสขึ้นหลังจากได้เห็นพรสวรรค์บางอย่างในตัวเด็กเหล่านั้น เพื่อช่วยให้พวกเขารู้จักการทำงานเป็นทีมและได้เรียนรู้ถึงความสามารถที่ตนเองมี  ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะต้องหลบๆซ่อนๆแอบสอนเด็กให้ร้องเพลงก็ตาม  สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของแมททิว ที่ถึงแม้จะไม่ได้เรียบจบมาเพื่อเป็นครูโดยอาชีพก็ตาม  แต่เมื่อเขาเลือกที่จะอยู่ในอาชีพนี้ เขาก็มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพและปรารถนาอย่างจริงใจที่อยากจะเห็นเด็กๆที่เป็นลูกศิษย์ของเขาเป็นคนดี ตามความคิดของเขาที่ว่า “ไม่มีใครที่มีสันดานเลวร้ายมาแต่เกิด” 

 

 

 

สิ่งที่ตัวเอกอย่างแมททิวสะท้อนออกมาให้เห็นได้ชัดมากๆอีกอย่างก็คือ การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น  เราควรจะแก้ปัญหาด้วยความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจในปัญหาอย่างถ่องแท้มากกว่า  ซึ่งนับวันคนแบบครูแมททิวก็ยิ่งหาได้ยากเหลือเกินในสังคมปัจจุบันของประเทศเรา ที่คนเลือกเรียนครูเพราะไม่รู้จะเรียนอะไรมากกว่าที่จะมีอุดมการณ์ในการเป็นครู  ไม่อยากจะบอกว่าในสังคมเราเต็มไปด้วยคนที่ชอบแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงอยู่มากเพราะเชื่อว่าทุกคนก็คงจะเห็นกันได้อยู่แล้วทั้งในข่าวกีฬาที่นักบอลกับแฟนบอลมักจะมีเรื่องชกต่อยเสมอๆหรือข่าวการเมืองที่มีชุมนุมกีฬาสีกลางเมืองนั่นด้วย

 

นอกจากเนื้อเรื่องที่อิ่มเอิบและภาพที่สวยงามตามแบบหนังฝรั่งเศสแล้ว ความน่ารักและสดใสของวัยเรียนก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่จะชวนให้คุณรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปถึงความหลังครั้งยังเป็นเด็กรวมไปถึงคุณครูที่เคยสอนสั่งคุณมา แต่ที่ประทับใจผมมากก็คือเพลงที่วงคอรัสของเด็กๆร้องในเรื่องนี้ แต่ละเพลงผมกล้าพูดได้เลยว่าถ้าคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงด้วยแล้ว คุณยิ่งจะชอบเพลงเหล่านี้ ถึงแม้ว่าภาษาฝรั่งเศสของคุณจะไม่กระดิกหูเลยก็ตามที

 

ผมคนหนึ่งละที่ไม่เข้าใจสักนิดว่าเด็กพวกนี้ร้องอะไรกันแต่ก็รู้สึกมีความสุขทุกทีที่ได้ยิน และทั้งหมดที่ผมพร่ำมาก็เพื่อจะบอกคุณว่า ผมอยากให้คุณได้รู้สึกดีเหมือนผมบ้าง อยากให้คุณได้ลองดูหนังเรื่องนี้ เพราะมันเป็นหนังที่ดีจริงๆ

 

 

ขอปิดท้ายด้วยคลิปเพลงที่เด็กร้องให้กับแมททิวในตอนที่เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียน  เพลงเซ วูลอง ( Cerf-volant ) หรือเพลงเครื่องบินกระดาษ

 
 
 
 

เนื้อเพลง (ฝรั่งเศษ)

 

Cerf-volant
Volant au vent
Ne t'arrête pas
Vers la mer
Haut dans les airs
Un enfant te voit
Voyage insolent
Troubles enivrants
Amours innocentes
Suivent ta voie
Suivent ta voie
En volant

Cerf-volant
Volant au vent
Ne t'arrête pas
Vers la mer
Haut dans les airs
Un enfant te voit
Et dans la tourmente
Tes ailes triomphantes
N'oublie pas de revenir
Vers moi

 

 

เนื้อเพลง (ไทย)

 

เจ้าเครื่องบินกระดาษ

บินไปในสายลมพัด

จงอย่าหยุดบิน

บนเส้นทางสู่ท้องทะเล

สูงเด่นบนฟ้า

เด็กๆจะมองเห็นเจ้า

มุ่งเดินทางอย่างไม่หวาดกลัว

ความปั่นป่วนที่แสนเบิกบาน

ความรักที่บริสุทธิ์

ไปตามทางของเจ้า

ไปตามทางของเจ้า

บินไป

 

 

เจ้าเครื่องบินกระดาษ

บินไปในสายลมพัด

บนเส้นทางสู่ท้องทะเล

สูงเด่นบนฟ้า

เด็กๆจะมองเห็นเจ้า

และในกระแสลมพายุ

ปีกของเจ้าจะมีชัย

จงอย่าลืมกลับมา

หาฉัน

 

 

ป.ล.

ใครที่ดูเรื่องนี่้แล้วจะประทับใจเพลงนี้เหมือนผม