ในกาลก่อนโน่น ยังมีบล๊อกเกอร์ผู้หนึ่งคิดอหังการ์ เปิดบล๊อกแต่งนิยายเขียนไดอารี่หมายมั่นว่าจะโด่งดัง  แต่อนิจจา   เขาเสือกไปไม่รอด   ด้วยต้องกรรมเก่าเต่าตุ่นทำให้ต้องหายหน้าไปจากยุทธจักร

แต่มาวันนี้เขากลับมา  บล๊อกเกอร์ผู้ยิ่งใหญ่ เขากลับมาเพื่อ..........................................

 

 

 

 

 

 

 

 

ชวนทุกคนมาแต่งนิทานปลายเปิดกันเนาะๆ  อย่ารอช้ากติกาคือ

  1. แต่งนิทานให้เป็นปลายเปิดในตอนจบ  ตัวอย่างเช่น  และแล้วหนูน้อยผู้นั้นก็....... , ทันใดนั้น......
  2. ล้อเลียนทุกอย่างในโลกนี้ เว้น บุพการี,ศาสนา และพระมหากัษตริย์ ไว้
  3. คนละไม่เกิน 12 บรรทัด
  4. เรามีเนื้อเรื่องเริ่มต้นมาแล้ว
  5. ไม่แต่งไม่ว่า แต่กดดาวให้กำลังใจก็ดี
  6. จบแล้ว
  7. บอกว่าหมดแล้ว
  8. ไม่มีกติกาแล้วครับพี่ครับ
  9. หยุดสิ
  10. เอ๊ะ!!อีนี่

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 

 

ในเช้าตรู่

ของวันที่ไร้หมอกควันและความเศร้า

เด็กสาวคนนึงก็ถือกำเนิด

เธอมีนามว่า

แซฟไฟร์จัง

เธอมีแม่ที่ใจดีและพ่อที่โหดร้าย

เมื่อเธออายุได้สามขวบครึ่ง เธอก็ได้...(แต่งต่อเลยนะ) 

 


 

เข้าไปในป่าเพื่อไปตัดฟืนมาหุงต้มอาหาร ตามปรกติเหมือนทุกวัน
แต่ในวันนั้นบังเอิญแซฟไฟร์จัง ได้ไปตัดไม้ที่ใกล้ๆกับหนองน้ำที่ลึกมากๆ
แล้วด้วยพลังของเธอ....เธอจึงสามารถโค่นต้นไม้สักทองต้นนั้นได้้

แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะแบกมันกลับไป
มือของเธอได้เผลอทำเลื่อยไฟฟ้าพลัดตกน้ำไป
เธอจึงวางต้นไม้ที่แบกอยู่ลงแล้วอ้อนวอนต่อเทวดา
"ท่านเทวดาเจ้าขาได้โปรดช่วยแซฟไฟร์จังด้วย"

..แล้วท่านเทวดาก็โผล่มาในสภาพที่หัวยุ่ง เหมือนคนเพิ่งจะตื่นนอนแล้วถามว่า
 
"ไม่ต้องพูดมากดีกว่าบอกมาว่าเจ้าทำอะไรตกน้ำ"
"เลื่อยไฟฟ้าเจ้าค่ะ"แซฟไฟร์จังยิ้มกว้าง
 
"รออยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวข้าไปหามาให้"
แล้วท่านเทวดาก็ดำดิ่งลงไปใต้น้ำสักครู่ ก่อนจะขึ้นมาพร้อมกับเลื่อยไฟฟ้าคูใจของแซฟไฟร์จัง
 
"เอ๊ะ ท่านตามปรกติต้องมีเลื่อยเงินแล้วก็เลื่อยทองด้วยไม่ใช่เหรอค่ะ"สาวน้อยแปลกใจ
 
"จะเอาหรือไม่เอา"
"เอาค่ะ ขอบคุณค่ะท่านเทวดา"เธอขอบคุณ
 
"เดี๋ยว!"ท่านเทวดาเรียก
 
"เอานี่ไป"ท่านเทวดาให้ถั่วหมั่นหลีหมงสามเม็ดแก่เธอ
 "มันจะช่วยเจ้าในเวลาคับขัน"เทวดากำชับ
เธอรับมันมาไว้ในมือแล้วเธอก็.....


 
เธอก็เอาถั่วหมั่นลิหม่งไปปลูก
วันต่อมาเธอก็พบว่าต้นถั่วที่เธอปลูกนั้นได้ไปเปิดมิติประหลาดที่มีแต่หมอกและขี้เถ้า
จากนั้นเธอก็ได้เสียงร้องขอความช่วยเหลือ
เธอจึงรีบวิ่งไปตามเสียงนั้นแล้วก็พบว่าพ่อของเธอถูกลัทธิประหลาดจับตัวไป
เมื่อเธอเห็นพ่อขอเธอร้องขอความช่วยเหลือด้วยความสังเวท เธอจึง.........



 
จึงไปทำ passport แล้วเดินทางเข้าไปในดินแดนแห่งนั้น เพื่อพาพ่อเธอกลับไป
แซฟไฟร์จังหยิบผ้าพันคอสีแดงลายตารางหมากรุกขึ้นมาพันคอ
พร้อมทั้งจัดเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ที่ใส่อยู่์ให้เข้าที่
เธอรีบตามกลุ่มคนที่จับพ่อเธอไปทันที


พวกมันเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งใหญ่โตแต่ดูเก่าซอมซ่อ
ที่หน้าบ้านมีตัวอักษรเขียนว่า house of wax
ภายในมีสามชั้นมีบันไดวนตั้งแต่ชั้น1จนถึงชั้น3
ทันทีที่เธอเข้าไปก็มีบอดี้การ์ดตัวใหญ่เข้ามาประชิดตัว
แซฟไฟร์จังต่อยเข้าไปครึ่งปากครึ่งจมูก
หมอนั่นเลือดกลบปากทรุดลงไปกองกับพื้น
พวกมันที่เหลือจึงกรูเข้ามาจับแซฟไฟร์จัง
เธอกระโดดเหยียบโต๊ะประชาสัมพันธ์แล้วกระโดดขึ้นไปชั้นสองทันทีพลางเตะต่อยพัลวัน
ไม่มีใครสามารถต้านทานพลังช้างสารอย่างเธอได้
พวกมันต่างล้มกลิ้งไปคนละทาง
บางคนโดนเธอจับโยนลงจากชั้น2ลงไปข้างล่างก็ยังมี
เธอขึ้นมาจนถึงชั้นสุดท้ายเธอเหนื่อยอ่อน
แล้วเธอก็มาทันไอ้คนที่จับตัวพ่อเธอไป
แต่ทว่าพ่อของเธอไม่ได้อยู่กับมันแล้ว
แซฟไฟร์จังจึงตะโกนออกมาลั่น

"พ่อกูอยู่ไหน"

พวกมันหัวเราะในท่าทางของเธอ
เธอจึงเข้าไป.......


 

เข้าไปตะโกนว่า"พ่อกุอยุ่ไหน"แล้ว
หยิบระเบิกมือออกมาประมาณข้างละ 20 อันจุดไฟแล้วกระหน่ำปาใส่พวกมันจนเกลี้ยง
แต่พวกมันคนหนึ่ง ใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานเข้ามา จุดไฟที่เสื้อของเธอ
เธอวิ่งกระโดด ตีลังกา3รอบครึ่ง แล้วเหยียบมันจนตายคาที่
จากนั้นวิ่งเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อ
แล้วจึงลุยต่อเพื่อไปหาพ่อของเทอ
แต่แล้วเทอก้อได้พบกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง
ขนาด ส่วนสูง รูปร่างแบบ TK ในต้มยำกุ้ง
ตัดผมทรงสกินเฮด ตาสีแดงเพลิง และพูดว่า
"เธอคือผู้บุกรุกหรอ"

แซฟไฟร์บอกไปว่า

"เฮ้ย!! โน่นจานบิน" และพอมันหันไปดู

แซฟไฟร์ คลานลอดขาเข้าห้องสุดท้ายไป
แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก้อเกิดขึ้น!!
สิ่งที่เทอได้พบคือ...


 
ในห้องนั้นเต็มไปด้วยสิ่งประหลาดมหัศจรรย์มากมาย
หนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มร่างแคระที่มีแหวนสีทองห้อยอยู่ที่คอ

แถมยังมีคนแคระอีกคนซึ่งท่าทางไม่ค่อยชอบเจ้าตัวก็อบลินน่าเกลียดที่มาด้วยกันเลย
ชายแคระทั้งสองแนะนำตัวกับแซฟไฟร์จังและได้เล่าเรื่องบางอย่างให้กับเธอฟัง
พอจับใจความได้ว่ามีคนหนึ่งชื่อ "โฟรโด" และอีกคนชื่ออะไรเธอก็ไม่ทันได้ฟังจนจบ
แต่สรุปว่าทั้งสองต้องการยกแหวนทองที่โฟรโดใส่อยู่ให้กับเธออย่างไม่มีเงื่อนไข
แซฟไฟร์จังรับแหวนมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก
เธอกำมันไว้ในมือแน่นไม่ให้เจ้าก็อบลินตัวนั้น ซึ่งกำลังโดนคนแคระรั้งตัวอยู่มาแย่งได้
แซฟไฟร์จังรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปเพราะว่า ยัยผู้หญิงถึกคนนั้นกำลังรีบวิ่งตรงมาที่เธอแล้ว
เธอจึงวิ่งจนออกมาทะลุที่กลางป่าใหญ่แห่งหนึ่ง
หลังจากตั้งสติได้แซฟไฟร์จังก็มองหาทางกลับ
เพื่อที่จะได้ไปช่วยพ่อ ในใจพลางคิดว่า

"ไม่น่าวิ่งหนีมาไกลเลยเรา แล้วอย่างนี้จะหาพ่อเจอได้อย่างไรเนี้ย"

ทันใดนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นพี่สาวคนหนึ่ง เดินอย่างมีความสุขในมือมีตะกร้าหนึ่งใบเดินผ่านเธอไป.....
พี่สาวคนนั้นใส่ผ้าคลุมหัวสีแดง และชุดกระโปรงแบบผู้หญิงอังกฤษโบราณ
พี่สาวไม่รู้เลยว่าได้มีหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเดินตามมาด้วย
แซฟไฟร์จังเห็นดังนั้นด้วยความหิวที่ไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งแต่เช้า
จึงจัดการจับเจ้าหมาจิ้งจอกมาถอนขนย่าง แล้วนั่งฉีกกินด้วยความเอร็ดอร่อย
จากนั้นจึงเดินไปถามทางกับพี่สาวผ้าคลุมแดง
พี่สาวผ้าคลุมแดงได้บอกแก่เธอว่า


 

"ฉันเป็นนักเรียนของโรงเรียนที่อยู่ระแวกนี้เอง เธอจะตามฉันมาก้ได้นะ"

แล้วแซฟไฟร์จังก็ตามหญิงสาวหมวกแดงนั้นจนไปถึงปราสาทแห่งหนึ่ง
หน้าปราสาทมีตราตัว H ขนาดใหญ่และเขียนชื่อติดไว้ว่าฮอกวอร์ต
เมื่อเข้าไปในนั้น ขณะที่แซฟไฟร์จังเผลอ เธอก็โดนคนกลุ่มหนึ่งใส่ชุดสีเขียวดำขี่ไม้กวาดบินมาโฉบเอาเลื้อยไฟฟ้าคู่ใจไป
ด้วยความโกรธ แซฟไฟร์จังจึงวิ่งแบบสุดตรีนไล่ตามแบบชนิดว่าคนในไม้กวาดสยองจึงรีบปล่อยเลื้อยไฟฟ้าลงมา
แต่เผอิญว่าเลื้อยไฟฟ้านั้น ดันมีอันตกลงไปบนหัวของชายชราผู้มีผมและหนวดยาวสีขาว ใส่หมวกทรงสูงเข้าจนแทบน๊อกเอ้าส์
ทันทีที่แซฟไฟร์จังได้เห็นชายชราคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า..
"คุณพ่อ"!!


ฉับพลันนั้น ชายชรา ที่แซฟไฟร์ เรียกว่าพ่อ ก็เกร็งพลังขึ้นมาจนชุดเบ่งพองออก
แซฟไฟร์ฉุกใจคิดว่าผิดท่า จึงรีบโคจรพลังเข้าต่อต้าน สิ้นเสียงร้องเพ้ย
ชายชรา ปราดขึ้นถึงเบื้องหน้าแซฟไฟร์ เด็กน้อยจึงรีบปัดป่ายฝ่ามือออกไป
เป็นร่างแห คุ้มครองกาย ชายชรานั้นหาได้สนใจกับพลังฝ่ามือของเธอไม่
ชี้นิ้วออกจ่อไปที่จุดตายใต้ลำคอ แซฟไฟร์อย่างไรก็เป็นจอมยุทธ รีบพลิกแพลง
กระบวนท่า ร่างแหฝ่ามือสลายวับ ใช้เท้าเขี่ยปลายนิ้วที่พุ่งตรงเข้ามา แล้วพลิกตัวกลับไปอยู่ตรงกันข้ามกับชายชรา
ชายชรา เผยรอยยิ้มเป็นครั้งแรก แล้วกล่าวราวกับบอกต่อสายลมว่า
"สมแล้วที่เป็นลูกของข้า" ใบหน้าของแซฟไฟร์ พลิกพลันกลับกลายเป็นบึ้งตึง
กล่าวอย่างหดหู่ว่า "ทำไมท่านพ่อต้องลงมือโดยอำมหิตต่อข้าพเจ้าด้วย"


 

"เพราะความจริงแล้วเจ้าไม่ใช่ลูกบุญธรรมของข้าหนะสิ!!"
.
.
.
.
.
แซฟไฟร์จังฟังแล้วยืนอึ้งคิดอยู่พักนึง.. ไม่ใช่ลูกบุญธรรมก็ต้องเป็นลูกแท้ๆสิฟ่ะ?.. สรุปว่าพ่อเราบ้าไปแล้วแน่ๆ
ว่าแล้วแซฟไฟร์จังจึงโคจรพลังและปล่อยพลังคลื่นเต่าใส่พ่อของตัวเอง
"เอ๋ง" คุณพ่อน๊อกเอ้าท์ นับสิบแล้วยังไม่ลุก
ว่าแล้วแซฟไฟร์จังก็แบกคุณพ่อของตัวเองใส่บ่าเตรียมกลับบ้าน
ขณะนั้นเอง สาวน้อยหมวกแดงเจ้าเก่า
ก็เดินเข้ามาหา.....


 
สาวน้อยหมวกแดงคนเดิมแต่แววตาหาได้ดูอ่อนโยนเหมือนเดิมไม่
เธอเดินตรงมาหาแซฟไฟร์ แต่ล่ะก้าวโคจรพลังหนึ่งรอบ เมื่ออยู่ห่าง
แซฟไฟร์ สิบก้าว พลังลมปราณของเธอก็ถึงขีดสุด
แซฟไฟร์ไม่คาด คิดว่าจะเจอคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้
และเธอก็สูญเสียพลังกว่าครึ่งไปกับการใช้กระบวนท่าก้นหีบเพื่อสยบพ่อของเธอ
ด้วยวัยย์ที่เพิ่งสามารถเอื้อนเอ่ยวาจาได้ไม่กี่เดือนคงต้องตื่นตระหนกจนสูญเสียความสามารถไป
แต่ไม่ใช่ผู้สืบทอดวรยุทธ์ "พลิกฟ้า เปลี่ยนพสุธา" อย่างเธอแน่
เธอวางพ่อที่เพิ่งสยบลง แล้วโคจรพลังเพื่อรับศึกอีกครั้ง
เลื่อยไฟฟ้า แม้จะไม่ใช่อาวุธที่คล่องตัวนัก แต่กระนั้นก็ยังดีกว่า
รับศึกด้วยมือเปล่า "พลิกฟ้า เปลี่ยนพสุธา" เป็นวรยุทธ์ที่สามารถพลิกแพลงไปสู่กระบวนท่าใดก็ได้
ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ทำให้มันเป็นวรยุทธ์ที่ลำลึกสุดหยั่งคาด
สาวน้อยหมวกแดงยิ้มราวกับพบคู่มือที่ค้นหา ใช้ออกด้วยกระบวน
ท่าแรก "ตระกร้าน้อย ฟาดปฐพี" แซฟไฟร์กำเลื่อยไฟ้ฟ้าไว้แน่น เตรียมรับศึก.....


 

ทั้งสองสู้กันเกือบครึ่งชั่วโมงจนพลังของแซฟไฟร์จังถดถอยลงไป
เธอจึงกระโดดมาหาพ่อที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนจะช้อนร่างของเขาขึ้นมาพาดไว้บนบ่าของตัวเอง ทันใดนั้น
พี่สาวผ้าคลุมแดงก็เหวี่ยงตะกร้าเป็นเส้นตรงลงจากด้านบน แต่แซฟไฟร์จังก็เร็วพอที่จะหลบท่าของพี่สาวได้
"คงเป็นเพราะก้าวพริบตาที่ท่าพ่อฝึกให้แน่ๆ"

เธอคิดพลางก้าวหนีไปเรื่อยๆโดยทียังพ่ออยู่บนบ่า
และมีพี่สาวผ้าคลุมแดงไล่มาอย่างกระชั้นชิด
แซฟไฟร์จังที่เริ่มอ่อนแรงจากการสูญเสียพลัง ทั้งแบกพ่อ ต่อสู้กับพ่อ
แถมต้องมาศู้กับพี่สาวผ้าคลุมแดงอีก
เธอยิ่งมีแต่อ่อนกำลัง เมื่อลงคิดได้ดังนั้น
เธอตัดสินใจวางพ่อลงนอนกับพื้นอีกครั้ง
หันหลังเข้าต่อสู้ คิดเพียงว่า "หากสู้ไม่ได้คงต้องทิ้งพ่อเอาไว้ที่นี่" 
ขณะนั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ พี่สาวใช้กระบวนท่าไม้ตาย "ภูติจิ้งจอกร้อยพัน" ออกมาโจมตีเธอ
ทำให้ข้างหน้าแซฟไฟร์จังมีแต่ วิญญาณหมาป่าเต็มไปหมดนับร้อยๆตัว
พวกมันพยายามที่จะมาดูดพลังวัตรไปจากเธอและพ่อ
สติของสาวน้อยรางเลือนเธอใช้พลังเฮือกสุดท้าย
หยิบเลื่อยไฟฟ้าขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า
"เอ็กซเฟคโต พราโทนัม"
ทันใดก็มีร่างของเทวดาที่ช่วยแซฟไฟร์จัง งมหาเลื่อยพุ่งพรวดออกมา
ร่างของท่านเทวดามีสีขาวบริสุทธ์ิ
แล้วท่านก็หยิบปืนM16กับปืนบาซูก้าออกมา จากกระเป๋าที่หน้าท้องของท่าน
ใช้มันยิงไปยังพี่สาวและภูติจิ้งจอก
เกิดระเบิดขึ้นครั้งใหญ่ ศัตรูทั้งหมดตายคาที่ทันที
สติของแซฟไฟร์จังก็ลางเลือนไปพร้อมๆกับร่างของเทวดา
แล้วเธอก็ตื่นมาอีกครั้งที่.....


 
ที่บ้านของชายคนหนึ่งซึ่ง มีผิวสีเขียวรูปร่างใหญ่
และอาศัยอยู่กับลาที่พูดได้อีกหนึ่งตัว
เจ้าลาบอกเธอว่าพวกเขาเห็นเธอสลบอยู่ในป่า
ก็เลยพามาที่นี่
แซฟไฟร์จังรีบถามถึงพ่อทันที
ชาียตัวเขียวบอกว่าเธอยังไม่หายดีควรพักผ่อน
แซฟไฟร์จังอาศัยอยู่กับทั้งสองมาสามวันจนหายดี
จึงได้ทราบชื่อว่าชายตัวเขียวชื่อ เชร็ค
ส่วนเจ้าลายังไม่ทันแนะนำตัวก็โดนเชร็คเตะเสียก่อน
แล้วเชร็คก็เล่าให้เธอฟังว่าพ่อของเธอที่จริงแล้ว
เป็นโปรแกรมตรวจจับไวรัสหรือเรียกง่ายๆว่า

"Agent"

และโลกที่เราอยู่กันในตอนนี้เป็นโลกจำลอง
เมื่อเธอสวมแหวนที่ได้มาจากโฟรโดแล้ว
เธอจะกลายเป็นเดอะวันผู้ปลดปล่อย
และสามารถออกจากที่นี่ไปสู้โลกจริงได้
แซฟไฟร์จังได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปพักใหญ่
ก่อนที่จะมองหน้าเชร็คอย่างประหลาดๆ
เชร็คจึงกล่าว่า

"ถ้าไม่เชื่อข้าเจ้าก็จงลองสวมแหวนดู"

แซฟไฟร์จังไม่ชอบคนท้าทายเธอจึงสวมมันทันที
แล้วทันใดนั้น.......


 

ร่างของแซฟไฟร์จังทั้งร่างก็หายไป
เหลือแต่เสื้อผ้าเท่านั้นที่ลอยอยู่เบื้องหน้าเชร็ค
"อ้าว!ไหงเป็นแบบนี้ไปได้" เชร็คพูด
แซฟไฟร์จังถอดแหวนออกทุกคนมองเห็นเธออีกครั้ง
เชร็คบอกแซฟไฟร์จังว่าที่โลกข้างนอกคงมีเดอะวันแล้ว
แซฟไฟร์จังจึงได้ไม่สามารถออกไปได้
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเชร็คก็ยังบอกให้สาวน้อย
เก็บรักษามันไว้ให้ดีๆในอนาคตเมื่อราคาทองคำสูงขึ้น
มันอาจช่วยเธอได้
แซฟไฟร์จังร่ำลาทั้งสองแล้วเดินออกจากบ้านมา
โดยไม่ลืมทิ้งสิ่งของตอบแทนเล็กๆน้อยๆเอาไว้
นั่นคือเมล็ดถั่วหมั่นหลีหมงนั่นเอง
"โชคดีที่ปลูกไปแค่เมล็ดเดีียว"
เธอคิดพลางกำอีกเมล็ดที่เหลือไว้
....................
หลังจากเดินมาได้ร้อยกิโลเมตรแซฟไฟร์จังก็เริ่มเหนื่อย
จึงแวะหยุดพักที่ถ้ำแห่งหนึ่งที่มีเชือกล้อมกั้นรอบปากทาง
และที่หน้าถ้ำมีป้ายเขียนบอกเอาไว้ว่า
"ถ้ำลิเจีย"
สาวน้อยของเราอ่อนเพลียเป็นอันมาก
วันนี้เธอทำได้แค่ฆ่าหมีควายสองตัวมาทำอาหารเท่านั้น
"ท่านพ่อป่านนี้ท่านจะเป็นยังไงบ้าง"
เธอคิดขณะนำหนังหมีมาปูบนก้อนอิฐสีทองแวววาว
ที่เรียงตั้งกันอยู่อย่างสวยงาม
"เราต้องนอนเอาแรงพรุ่งนี้เราจะต้องหาพ่อให้เจอ"
แซฟไฟรจังคิดได้ดังนั้นก็หลับไป
โดยหารู้ไม่ว่าบัดนี้เธอได้มาอยู่ในถ้ำของนางพญาแมงมุม
ผู้ร้ายกาจมีเขี้ยวยาวเท่ากับงาช้าง
ตัวใหญ่เท่ากับตึกสองชั้นและกินวัวเป็นอาหาร
เจ้าแมงมุมคืบคลานเข้ามาหาผู้บุกรุกถ้ำมันอย่างช้าๆ
แล้วมันก็ง้างเขี้ยวเตรียมที่จะฝั่งลงบนร่างของแซฟไฟร์จัง
ทันใดนั้น............



แล้วทันใดนั้น!! เทอก้อสะดุ้งตื่นขึ้นมา
แล้วพบว่า ตัวเองนอนจมกองเลือดอยุ่ในห้องๆหนึ่ง
และข้างๆเทอมีขวด M-150 ใส่ไม่กายสืทธิ์ อยุ่ข้างใน
และเทอต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า คนที่นั่งอยุ่หลังเทอคือ... ผู้หญิงคนหนึ่ง
ขนาด ส่วนสูง รูปร่างแบบ TK ในต้มยำกุ้ง
ตัดผมทรงสกินเฮด ตาสีแดงเพลิง และพูดว่า

"จานบินบ้านพ่ออึงอ่ะเด่ะ ที่นี่ เครื่องบินยังหายากเลยว้อย ถุ๋ย"
แซฟไฟร์จึงพยายามทบทวนเองที่ตนฝัน
แล้วหันไปหยิบขวด m-150 มาขว้างใส่ TK
ก่อนจะเอาไม้กายสิทธิ์ที่ตกอยู่ไกล้ๆขึ้นมาแล้ว....


 

แล้วเธอก็แกว่งไม้กายสิทธิ์ทีนึง!! แต่..
.
.
.
ไม่เห็นมีอะไรเกินขึ้นเลย...
เธอจึงตัดสินใจเอาไม้กายไม่สิทธิ์นั่นทิ่มตาผู้หญิงคนนั้นอีกรอบจนชักแหงกๆๆ
จากนั้นเธอจึงเปิดประตูหนีออกมาจากห้อง
ตรงไปยังทางเดินสีขาวสว่างที่พุ่งตรงไป
ยังประตูทางออกสู่โลกภายนอก
เมื่อเธอหนีออกมาพ้นประตูแล้ว
เธอพบว่าเธออยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาด
แต่ถนนและเมืองทั้งเมืองต่อหน้าเธอนั้น
กลับเละเทะไปหมด.. รถที่จอดทิ้งไว้
ร่องรอยเลือดและหนังสือพิมพ์ปลิวว่อน
ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอยู่เลย
แซฟไฟร์จังเดินอย่างงงงวยและหวาดระแวง
แต่ไปตามทางเดินริมถนนที่เกลื่อนกลาด
ไปด้วยของใช้ที่ชาวเมืองได้ทิ้งไว้ก่อน
อันตรธานหายไป.. ทั้งใดนั้นเอง
เธอก็ได้เจอป้ายชื่อเมืองที่ติดไว้เด่นชัดว่า..
"เมืองแรคคูน"


 
เป็นเวลา 3 วันมาแล้วที่แซฟไฟร์ไม่ได้ยินศัพท์สำเนียงใดๆของผู้คน ตั้งแต่ที่เธอ
ย่างเข้ามาในเมืองแรคคูน ถ้าเธอไม่สังเกตเห็น ปืนลูกซอง ที่เก็บอยู่ในล๊อกเกอร์ที่
ป้อมตำรวจ เธอคงไม่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้
โป้ง!........เสียงกระสุนปืน แผดร้องทำลายความเงียบ ร่างที่ไร้ชีวิตของสิ่งที่เคย
เป็นมนุษย์ล้มลง แซฟไฟร์ บรรจง บรรจุ กระสุนนัดใหม่ลงไปในลำกล้องที่ร้อนผ่าว..
เหลืออีกเพียงแค่ สี่ นัด กับเมืองที่มีแต่ ร่างเดินได้ของสิ่งที่เคยเป็นมนุษย์ และเธอ
ก็เป็นเพียงอาหารของพวกมัน
เธอคลืบคลานไปตามตรอกซอย เพื่อจะหาที่หลบภัยนอนพักในคืนนี้ แม้จะอยากไป
ให้ถึงโดยไว แต่สภาพของเธอไม่เอื้ออำนวย เลือดสีแดงเข้มไหลเป็นทางยาวจากปากแผล
ที่ต้นขาของเธอคือสาเหตุ เธอจึงต้องคืบคลานไปอย่างช้าๆ แค่ผ่านแยกข้างหน้าก็จะถึง
ที่หมาย แต่มันถูกขวางทางไว้ด้วย สัตว์ประหลาดคลานสี่ขา ลิ้นยาว.....


 

เธอก้มหน้าลงไปมองมัน...

"แว๊ก!!!! ตุ๊กแก!!"

ด้วยเหตุบังเอิญว่าแซฟไฟร์จังเป็นคนที่เกลียดตุ๊กแกแบบสุดฤทธิ์
เธอจึงกระหน่ำยิงมันแบบไม่นับด้วยปืนลูกซองแล้วคว้าเลื่อยไฟฟ้ามาหั่นมันต่อ
แถมท้ายด้วยการกระทืบซ้ำเป็นจำนวน 999 ตามโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปีเก่าพอดี
หลังจากที่ทำเช่นนั้นแล้ว ความกลัวของเธอก็ยังไม่หมดไป
เธอจึงวิ่งหนีสุดฤทธิ์เข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง
ที่นั่นเอง..เธอพบฐานทัพลับขององค์การนิรนามที่ทุกคนใส่แต่ชุดดำ
และเธอก็ค้นพบความจริงว่า เหตุที่ทุกคนในเมืองแรคคูนกลายเป็นศพเดินได้
ก็เพราะองค์การนี้ได้เอายาระหว่างทดลองให้นักสืบมัธยมปลายคนหนึ่งกินไป
แล้วเชื้อจากยาก็แพร่ไปยังบุคคลในสังคมทุกๆที่ที่นักสืบคนนี้ไปถึง
คนพากันล้มตายด้วยเหตุฆาตรกรรมลึกลับและตายในห้องปิดตายกันทีละคนสองคนจนหมดเมือง
นักสืบนั้นจึงขาดใจตายเพราะไม่มีคดีให้ทำอีกต่อไปนี่เอง
แต่แล้ว แซฟไฟร์จังก็ไปเห็นรถสปอร์ตสีดำไฮเทค+เท่ห์ระเบิดคันหนึ่ง
เธอจึงขึ้นไปนั่งและคอมพิวเตอร์บนรถคันนั้นก็พูดขึ้นมาว่า
"รถประจำตำแหน่ง 007 ปฎิบัติการณ์"

แซฟไฟร์จังขับมันฝ่าฝูงซอมบี้ที่ขวางหน้าเธอไปได้
บางตัวโดนทับบางก็กระโดนมาให้ชน
สาวน้อยขับมันได้คล่องแคล่วเหมือนมืออาชีพ
เธอขับรถมาเรื่อยๆจนมาถึงภูเขาที่มีโค้งติ้ดกัน5โค้ง
ที่ป้ายจราจรบอกว่าที่นี่คือ
"หุบเขาอากินะ"

ก่อนที่แซฟไฟร์จังจะขับถึงโค้งแรกก็ได้มีรถยนต์
Ae 86 ขับตัดหน้าเธอไปพร้อมกับดริฟเข้าโค้งแรกไป
แซฟไฟร์จังก็เลือดนักสู้คนหนึ่งเธอขับตามไปทันที
เธอดริฟแข่งกับเขาโค้งแล้วโค้งเล่าจนกระทั่งโค้งสุดท้าย
ชายหนุ่มหน้าตาเบื่อโลกเจ้าของAE 86คันนั้น
ก็ได้มองมาเข้ายังในรถของเธอแล้วก็ต้องตกใจ
เมื่อพบว่าแซไฟร์จังเด็กอายุสามขวบครึ่งเป็นคนขับ
เธอจึงใช้จังหวะนั้นกดNosสองถังพร้อมกันทันที
แล้วเหยียบคันเร่งจนสุดพุ่งรถเข้าไปที่หัวโค้งทันที
ด้วยความแรงรถของเธอจึงแฉลบขอบทาง
แล้วรถก็หมุนเหาะควงสว่านเป็นเส้นตรงพุ่งลงไปข้างล่าง
พร้อมกับแซฟไฟร์จังที่กำลังตะโกนว่า
"ไปเลยไซโคลนแมกนั่ม"

รถกระแทกลงพื้นได้อย่างปลอดภัยในที่สุดเธอก็เป็นผู้ชนะ
แต่ทว่า.........

ตัวของเธอกลับมีอันได้ลอยละลิ่วออกจากรถ 007 และกระเด็นตกหน้าผาของหุบเขานั้น
ก่อนที่เธอจะตั้งตัวได้ ร่างก็เธอก็ร่วงตกลงไปในน้ำทะเลเสียแล้ว
ขณะที่ตัวเธอกำลังค่อยๆจมดิ่งลงไปในน้ำนั้น
เธอก็รู้สึกได้ว่าแหวนที่เธอได้รับจากโฟรโดได้ปล่อยแรงสะเทือนไปทั่วใต้ผืนน้ำ
และทันใดนั้นร่างของแซฟไฟร์จังก็ถูกชายผมยาวคนหนึ่ง อุ้มเธอว่ายน้ำขึ้นมาสู่ผิวน้ำ  ในขณะที่เธอกำลังสำลักน้ำอยู่นั้น
เธอก็สังเกตุเห็นว่ามีเรือสีดำลำใหญ่แล่นมาใกล้ๆและเชือกเส้นหนึ่งก็ถูกปล่อยลงมาดึงชายผมยาวและตัวแซฟไฟร์จังขึ้นไป
และที่บนเรือนั้นเอง เธอก็ได้รู้ว่าเรือที่เธอขึ้นไปนั้นชื่อว่าเรือ "แบล๊กเพิร์ล" และผู้ที่ช่วยชีวิตเธอคือกัปตันแจ๊ค สแปโรว์ นั่นเอง...
แต่ก่อนที่เธอจะจับต้นชนปลายได้ว่าไอ้เรือนี่มาได้ยังไง
บรรดาลูกเรือแบล๊กเพิร์ลต่างก็พากันส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายและชี้ไปยังเส้นขอบฟ้า..
ที่ตรงนั้นเองปรากฎเรือใบลำเล็กลำหนึ่ง ธงของมันโบกสะบัดอย่างน่าเกรงขาม..
กัปตันแจ๊คหันมาทางแซฟไฟร์จังแล้วก็สังเกตุเห็นแหวนที่ห้อยคอเธอเอาไว้
เค้าจึงร้องเสียงหลงว่า "ตายโหง! เธอดันเรียกพวกมันมาซะแล้ว..... ไอ้พวกแก๊งโจรสลัดลูฟี่หมวกฟาง"

 

โปรดแต่งต่อที ข้าพเจ้าคิดมิ๊ออกแล้ว

อ้อ!!ลืมไป ขอบคุณเพื่อนๆในร่างเก่าก่อนอวตารของข้าพเจ้าด้วยที่ออกไอเดียดวกส์ๆมันส์เช่นนี้

ขอบคุณ กูเกิ้ลด้วย นายทุกทีเลยอ่ะ เราหาอะไรไม่เจอก็นาย คิดอะไรไม่ออกก็นาย  นายนี่มัน......มากอดที

ดองไป 10 กว่าวัน แหม!! log in เข้ามาอีกทีกลิ่นเปรี้ยวได้ที่เลย 

ตอนแรกว่าจะมาต่อเรื่องป้าเช็งแกอีกรอบ  แต่มาถึงเวลานี้เรื่องราวของป้าแกก็เงียบไป ที่เงียบไม่ใช่เพราะอะไรมีแค่ 2 สาเหตุ คือ

หนึ่ง เรื่องมันเข้ากระบวนการศาล 

ต้องมีการตั้งทนาย สืบพยาน รวบรวมหลักฐาน ฯลฯ อีกเยอะแยะแป๊ะยิ้ม ทำให้สื่อไม่สนใจ แถมเรื่องนี้ อ.ย.(ที่ย่อมาจาก ไอ๊หย่า) ก็ออกมาตรวจสอบฟันธงว่าเป็นแค่น้ำหมักเน่าๆที่เต็มไปด้วยกรดน้ำส้มสายชู  พร้อมคำเตือนว่า

 

ผู้ใดเสือกหยอดตาเข้าไปตอนมีแผลล่ะก็  บอดฉิบหายกันหมดนะเออ

 

แต่ป้าแกจะไปสนอะไรครับ มีตังค์เสียอย่างก็จ้างทนายสู้สิวะ กว่าคดีแม่งจะจบก็ต้องลุยไปถึงฎีกาโน่นละ ซึ่งจนป่านนั้นตัวกู(ป้าเช็ง)ก็ตายหงส์ตายห่านไปแล้ว(ปีนี้ก็ 70 กว่าแล้วนะเอ็ง)

ถามว่าป้าจะเอาเงินที่ไหนมาสู้คดี? ก็ค่าน้ำหมักไงครับ ขวดเท่ายาหยอดตา 1000 บาท บ้านป้าแกมีถัง 100 ลิตรอยู่เป็นโกดัง วันๆขายได้หน่วยนับเป็นหลักล้าน ยังไงๆก็พอสู้แน่นอน

 

 

สอง มีเรื่องอื่นแทรกเข้ามา  

จะอะไรเสียอีกล่ะคู้ณณณณ GT200 ไงของเขาดังจะตาย  อีแพนด้ามันยังสู้ไม่ไหวเลย ดูเมื่อก่อนสิมีแต่แพนด้าเอะอะแพนด้า  มันลืมตาก็  กรี๊ด!!!  มันหงุดหงิดก็  กรี๊ด!!!  มันตกต้นไม้(หมีเหี้ยอะไรโง๊โง่ตกต้นไม้)ก็  กรี๊ด!!!   

แต่ตอนนี้เห็นมันไหม? ออกหนังสือพิมพ์ไหนบ้าง? ยังออกทีวีช่องไหนอีกนอกจากช่อง 3 รายการของพ่อมัน 

 

ไม่มี!!!!

 

แน่นอนถึงคนจะชอบหมีกันมาก แต่ผมก็ไม่คิดหรอกนะว่าจะมีใครที่อยากจะเห็นหมีบ่อยๆนานๆติดต่อกัน เพราะว่าเสน่ห์ของสวนสัตว์กับพิพิธภัณฑ์มีความคล้ายกันตรงที่ เราไม่ได้เห็นสิ่งเหล่านั้นกันบ่อยๆ  เอาง่ายๆ อย่างผมเนี้ยเป็นคนจันทบุรีเรียนโรงเรียนคริสฯ  เห็นไอ้โบสถ์ที่เขาว่าสวยนักสวยหนามาตั้งกะ 7-8 ขวบ ผมก็ย่อมไม่ประทับใจว่ามันสวยอยู่แล้ว เพราะแม่งเห็นทุกวัน 

ฉันใดก็ฉันนั้น ข่าวเก่าๆที่ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวย่อมหมดความสนใจพ่ายแพ้แก่ข่าวใหม่ๆเป็นธรรมดา

 

เว้นแต่เขา GT200  

-----------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

หากจะว่ากันตามตรงยุคนี้พ.ศ.นี้  หากจัดอันดับข่าวที่ดังที่สุด 3 อันดับ 1 ใน 3 นั้นจะต้องมีชื่อข่าว GT200 แน่นอน  เพราะอะไร?

 

เพราะมันมีความเกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอยภัยของทหารและประชาชน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่ว่าเกี่ยวข้องก็เพราะมันเป็นเครื่องตรวจค้นวัตถุระเบิด  แต่สาเหตุที่ทำให้มันเป็นข่าวไม่ใช่แค่นั้น หากมันทำงานได้ดีมากก็คงจะไม่มาเป็นข่าวยาวนานขนาดนี้ (ยอมรับเสียเถอะว่าเราชอบเสพย์เรื่องราวแย่ๆ อย่ามาซึนเดเระนะตัวเธอว์)   มันเป็นข่าวเพราะมันลวงโลก แท้ที่จริงเป็นแค่ดุ้นดวกส์ๆอันนึงที่มีเสาวิทยุติดอยู่  ที่ว่าตรวจระเบิดได้ก็ใช้หลักการเดาซิ่งเอาทั้งแพ(ช่วงแรกๆที่มีข่าว ชาวบ้านภาคใต้คงสงบสุขกันพิลึก ชีวิตกูฝากไว้กับดุ้นเดาซิ่งหนึ่งอัน)  แล้วไง?

 

 

เรื่องทั้งหมดมันจะไม่เดือนร้อนขนตูดประชาชนอย่างเราๆท่านๆอะไรเลย  หากไอ้ดุ้นเดาซิ่งมันไม่ถูกจัดซื้อโดยใช้ภาษีประชาชน (งานนี้บอกได้ว่าเหลืองแดงไม่เกี่ยว เพราะท่านผู้เฒ่าเล่าปี่แห่งหุบเขาใบไม้เขียวและลูกน้องเป็นคนจัดซื้อมา) ด้วยราคาขั้นต่ำสุด 400,000 บาท ถึงสูงสุด 1,400,000 บาท

 

ครับอ่านไม่ผิดราคามันเท่านั้นจริงๆ  งานนี้มาแดงตรงที่มีอาจารย์ดร.ท่านหนึ่ง ทำฟอร์เวิร์ดเมล์ออกแจกจ่ายชาวบ้านในเน็ตว่า "ไอ้ดุ้นบ้าเนี้ยมันลวงโลก แถมประเทศต่างๆที่เคยซื้อไปใช้เขาก็แบนมันหมดแล้ว"  พอเรื่องไปถึงห้องหว้ากอแห่งมหานครพันทิพจึงได้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ

  

 

เรื่องราวก็ยิ่งสนุกขึ้นเมื่อ คุณหญิงหมอหัวหลายสี ออกมาตอบโต้ว่ามันใช้งานได้จริงแถมแขวะด้วยว่าฝรั่งมันจะว่าอะไรก็ช่างมันสิ ฝรั่งไม่ได้ถูกทุกอย่างนะเฟ้ย!! UNไม่ใช่พ่อนะเว้ย!!!  อันหลังไม่เกี่ยวแต่ให้อารมณ์เดียวกัน นอกจากนั้นยังท้า อาจารย์ที่อออกมาแฉว่า แน่จริงก็ซื้อมาทดสอบ แล้วอย่าลืมไปทดสอบที่ 3 จังหวัดภาคใต้ด้วยกันนะที่นั่นระเบิดเยอะดี  คนนึงหมอคนนึงอาจารย์ดร.ทะเลาะกันแต่ทำไมมันให้อารมณ์เหมือนเด็กประถมทะเลาะกัน

 

เหมือนๆเรื่องมันจะอยู่แค่นี้และจะจบไปแล้ว แต่ยังครับเพราะว่ามันได้โกอินเตอร์ไปแล้วครับ แหมน่าดีใจไหม เอา!!ปรบมือ  โดย James Randi แห่ง James Randi Educational Foundation ได้เสนอเงินจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่หมอพรทิพย์ หากว่าสามารถพิสูจน์ว่า ไอ้ดุ้นเดาซิ่งนี่มันสามารถใช้ได้ผลตามหลักวิทยาศาสตร์

 

james randiJames Randi : นักมายากล,นักเขียน,นักเปิดโปง   เกิด 7 สิงหาคม 1928   ***เกร็ด: เกิดวันเดียว กับโนบิตะและพระองค์เจ้ารพีฯบิดากฎหมายไทย***  ที่เมืองโตรอนโต แคนาดา   โด่งดังจากการเป็นนักมายากลหลบหนี   ที่ทำลายสถิติการหลบหนีจากที่คุมขังเร็วกว่าสถิติเดิมของ ฮูดินี่  สุดยอดนักมายากลไป 93 นาที  และเปิดโปงการอวดอ้างพลังของนักงอช้อน  Uri Geller  ปัจจุบันให้ความรู้  เรื่องการอวดอ้าง กลโกง การหลอกลวงต่างๆ                                                      

 

ล่าสุดตาเจมส์ คนนี้ได้ตอบจดหมาย ที่สมาชิกห้องหว้ากอของพันทิพคนหนึ่งนาม Iron-spider ได้เขียนไปหาเขาลงในบล๊อกส่วนตัวด้วย เนี้ยหาก็ไปเสพย์ตามนี้ อย่าช้า 

 ------------------------------------------------------------------------

 

 

ผมไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อไปบ้าง แต่อย่างหนึ่งที่ผมมั่นใจคือ คำค้นเกี่ยวกับประเทศไทยจะมีเพิ่มขึ้น จาก ผู้หญิง  มวยไทย การจราจร ***เกร็ด: การจารจรบนถนนของประเทศไทยถูกจัดให้เป็นสิ่งหวาดเสียวอันดับที่ 2 ของโลกต่อจาก Jet coster ***     จะเป็น ผู้หญิง มวยไทย การจราจร และ GT200 

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:   นี่แหละประเทศไทยไสยศาสตร์มาก่อนเสมอ , การศึกษาไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้น แต่การลดทิฐิจะทำให้คนฉลาดขึ้น , สี่เท้ายังรู้พลาด คุณหมอยังรู้พลั้ง , หมออายทั้งคนเอาใบบัวมาปิดไม่มิด(ถ้าเป็นปี๊บจะมิด) , น้ำลด GT200 ผุด

 

ความเชื่อที่สับสน

posted on 21 Jan 2010 22:07 by gaeseng  in News

เคยไหมครับ ที่เขียนๆไปแล้ววันหนึ่งนึกไอเดียไม่ออก

 

 

นั่นสิครับ!!!  ต้องเคยอยู่แล้ว  ตอนนี้ผมก็เป็นอย่างนั้นอยู่ แต่ เป็นในทางกลับกันนะครับ

 

 

คือผมมีไอเดียเยอะครับ เยอะจนไม่รู้จะเขียนอันไหนถึงจะดี นี่ก็นั่งนึกมาสองสามวันแล้ว  ตอกแรกว่าจะเขียนเรื่องปุ๋ยปูแดง คือ อีปุ๋ยบ้าเนี้ยคุยกับเพื่อนนานแล้วครับ  เพื่อนมาเล่าให้ฟังว่ามีปุ๋ยแบบใหม่โฆษณาเขาอออกตัวแรงมาก ชนิดที่ว่า โรยใส่นาข้าวข้าวงอกงาม ใส่สวนผลไม้ลูกโตเร็ว เลี้ยงอึ่งอ่าง(?)ก็ตัวโตขายได้ราคาดี เลี้ยงปลาก็ตัวโตสีสวย

 

 ปุ๋ยเหี้ยอะไรเนี้ย!!!!!!!!!!!!!!!!  

 

ตอนแรกผมนึกว่าเพื่อนมันอำ ปุ๋ยบ้าอะไรประโยชน์มากมายเหลือเกินแถมให้สัตว์แดกได้ด้วย คุยๆกันเปิดทีวีอยู่โฆษณาแม่งมาเลยครับดันไปเปิดช่องเคเบิ้ลค้างไว้ นอกจากจะบรรยายสรรพคุณเหมือนที่เพื่อนผมบอกเอาไว้ มันยังมีการขายแบบลูกโซ่ด้วย  อธิบายห่านลากอะไรไม่รู้ละครับจับใจความได้แค่ ถ้ามีลูกน้อง 3 สายให้ลูกน้องทำงานอย่างเดียวเราไม่ต้องทำอะไร เราก็มีเงินกินได้สบายๆ

 

" ตอนนั้นผมคิดเลยว่านี่ละมั้งสิ่งที่ผมตามหา "

 

คือ เรื่องมันมีอยู่ว่าช่วง2-3เดือนที่ผ่านมาผมกับเพื่อนคุยกันเรื่องที่ผมไปได้ยินคำพูดของคนใกล้บ้านผมพูดว่า  " มีงานว่างอยู่เป็นงานขายอาหารปลา ค่าจ้างวันละ 5,000 "  พวกผมสงสัยกันมากจริงๆว่าอาหารปลาเหี้ยอะไรจ้างคนงานขายวันละห้าพัน หรือว่าเม็ดมันสีส้มๆเขียนว่าxyตรงกลางวะ  หรือว่าเป็นอาหารปลาฉลาม เราต้องนั่งเรือไปขายกลางมหาสมุทรแปซิฟิก  แบบไปจอดเรือกลางทะเลรอคนใจบุญแล่นเรือยอร์ชผ่านมาแล้วซื้อมาโปรยให้ฉลามเล่น 

พอผมได้ยินว่ามีอีปุ๋ยโดเรม่อนยี่ห้อนี้ขายในโลกนี่ผมเลยเข้าใจทันทีเลย 

 

กูว่าที่มันคุยกันน่ะ  มันต้องจ้างไปขายมึงแน่ๆ อีปูแดง 

 

แต่ประเด็นคือหลังจากอาทิตย์หนึ่งผ่านไป ผมนั่งกินข้าวหน้าหมีราดซอสเกาหลูอยู่เดียวดาย จู่ๆข่าวช่อง 3 ก็รายงานว่า DSI บุกจับบริษัทปุ๋ยปูแดง 

 

ข้าวแทบติดคอ กร๊ากกก!!!! อีเช็ดถ้วย ห่านลากไส้ กูว่าแล้วต้องโดนจับมึงจะอยู่ดีมีสุขได้ไง ลูกโซ่ซะขนาดนี้แถมสรรพคุณนี่ยิ่งกว่าน้ำมันครอบจักรยาน  ปุ๋ยห่าอะไรใส่ต้นไม้ได้แล้วยังจะมาเลี้ยงสัตว์ได้ด้วย  ต้นไม้ด้วยกันมันสปีชีส์เดียวกันโอเคพอรับได้ จะข้าวจะเงาะก็กินแร่ธาตุใกล้ๆกัน  แต่เลี้ยงสัตว์ได้นี่แม่งข้ามสายพันธุ์ไปเยอะเลยนะ 

 

สำคัญที่สุดมึงขอจดทะเบียนยังไงวะ จดให้เป็นปุ๋ยด้วยเป็นอาหารสัตว์ด้วยเนี้ย  ก็มัน.....

ส่วนนี่เป็นลิ้งเว็บการขออนุญาตผลิต,ขาย,นำเข้าอาหารสัตว์ กด

 

 

หลังจากโดน DSI บุกทลายเจ้าของบริษัทก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยการ หายตัวไป  

 

ไปไหนไม่มีใครรู้ ทิ้งให้เหล่าผู้บริหารระดมพลชนตำรวจกันเดียวดาย  ก็อย่างว่าละนะ ดูแล้วมันก็ผิดเต็มประตู จะแถทางไหนก็ลำบากแล้ว แต่ขอโทษไม่ใช่ประเด็นที่ว่าโฆณาเกินจริงนะครับ ประเด็นนั้นยังคลุมเครือ ที่โดนจับน่ะประเด็นขายแบบลูกโซ่  นั่นก็หมายความว่า หากอนาคตมีบริษัทใดทำโฆษณาออกมาว่า "มีไวเทนิ่งทาแล้วขาวใส ภายใน 30 วินาที" หรือ  "ปุ๋ยวิเศษให้อาหารสัตว์ได้ ใส่ต้นไม้งาม ละลายน้ำทาหน้าแล้วขาว"  ก็ไม่ต้องแปลกใจไป

 

ขนาดปุ๋ยที่บอกว่าใส่ต้นไม้ได้แถมเอาไปเลี้ยงสัตว์ได้ ท่านเจ้าหน้าที่ประเทศเรายังให้ใบอนุญาติผลิดและจำหน่ายได้เลย

 

 

อีทีนี้อะไรๆก็ผลิตขายกันได้หมดแหละ  

 ----------------------------------------------------------------------------------

 

ถ้าคิดว่าจบแค่ปูแดงสแลงใจละก็  คิดผิดแล้วซะแล้วปีเตอร์ ยัง มันยังมีน้ำหมักอีก

 

น้ำหมักไหนวะ?

 

 

นี่ไงคนนี้ละ แกเป็นเจ้าของช่องเคเบิ้ลซูเปอร์เชง เจ้าของสูตรน้ำหมักชีวภาพสุดยอดรักษา สรรพคุณครอบจักรวาล ตามองไม่เห็นก็หยอดให้มองเห็นได้ ฯลฯ  เอาเป็นว่ามันดีมากว่างั้นเถอะ

ไม่อยากจะบอกพ่อแม่ผมก็ไปซื้อมา แม่งขวดเท่ายาหยอดตา 1,000 นึง โห!!!ยิ่งกว่าค้ากำไรเกินควร ขอโทษแล้วรายการพาไปดูโกดังบ้านแก แกดองไว้ด้วยแกลอนสี่เหลี่ยมกองสูงท่อมหัวท่วมหูเต็มโกดังไปหมด แกลอนนึงก็ราวๆ 10 ลิตรได้

 

 

คิดดูขวดเท่ายาหยอดตา 1,000 นึงแล้ว 10 ลิตรได้เท่าไร แล้วไง? ขายดีแบบนี้คิดเรอะว่าจะรอด? โดนจับสิครับ  ตำรวจบุกรวบตัวคาบ้านเรียบร้อย  แถมท่าทางน่าจะโดนหลายข้อหาด้วย แต่ข้อหาหลักๆที่จับคืออวดอ้างสรรพคุณและไม่มีตรา อย. 

แต่แทนที่จะสลด ขอโทษอย่างป้าเช็งราชินีเคเบิ้ลเจ้าแม่น้ำหมักมือทอง ไม่มีหรอกครับ แถมยังเถียงกลับอีกต่างหากบอกว่า "ของฉันดีจริงนะยะ เพื่อสุขภาพล้วนๆ คิดค้นสูตรทดลองมาตั้ง 18 ปี"

 

แต่อนิจจาท่าทางตำรวจจะไม่ใช่แฟนช่องเคเบิ้ลแก  พูดอะไรเลยไม่เข้าหูทำอะไรก็ดูแก้ตัวไปเสียหมด  งานนี้ป้าเลยโดนสอยไปตามระเบียบ  แล้วจากนี้ป้าจะเป็นอย่างไร

ขอเชิญพวกเธอตามไปเสพโดยพลัน...........

 

 

 

 

 

 

 

บ้า!! ไม่ใช่เว็บดราม่า  ที่บอกน่ะหมายถึงรอเอ็นทรี่หน้าต่างหากเล่า

เรื่องของป้ายังจะตามมาอีกเยอะ รออ่านเถอะ